NAI. เอ็นไอเอ เดินหน้าปั้นแบรนด์ท้องถิ่น – ปลุกความอยู่รอดของผู้ประกอบการไทยผ่าน “นิลมังกร รุ่น 4” หนุนสร้างนวัตกรรมสู่เศรษฐกิจโลคอลที่ช่วยให้เกิดการจ้างงานและเม็ดเงินหมุนเวียนได้จริง - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569

NAI. เอ็นไอเอ เดินหน้าปั้นแบรนด์ท้องถิ่น – ปลุกความอยู่รอดของผู้ประกอบการไทยผ่าน “นิลมังกร รุ่น 4” หนุนสร้างนวัตกรรมสู่เศรษฐกิจโลคอลที่ช่วยให้เกิดการจ้างงานและเม็ดเงินหมุนเวียนได้จริง

 


กรุงเทพฯ 23 เมษายน 2569 – สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทั่วประเทศ เปิดตัวโครงการสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมระดับภูมิภาค “นิลมังกร รุ่นที่ 4”


เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและยกระดับผู้ประกอบการนวัตกรรมในระดับภูมิภาค พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดการ


จ้างงานในท้องถิ่น และลดอัตราการไหลออกของคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในพื้นที่ พร้อมเผยกว่า 6 ปีที่ผ่านมา “นิลมังกร รุ่นที่ 1-3” สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นให้กับทั้ง 60 แบรนด์นวัตกรรมไทยเฉลี่ยแล้วกว่า 3.4 เท่าหรือกว่า 760

ล้านบาท ภายใน 1 ปีที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงต่อยอดการสร้างแบรนด์ให้กับผู้ประกอบการจากการคว้ารางวัลในเวทีต่างๆ และบางส่วนได้รับต่อยอดการลงทุนจากกลุ่มนักลงทุนแล้ว โดยแชมป์ปีล่าสุดคือ เจ้าของธุรกิจ PetGeneX: ธนาคาร Stem cells สำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งสามารถเติบโตมากกว่า 7 เท่า


ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า ปัจจุบันเรากำลังเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า ยุคแห่งความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายพื้นที่ของโลก ซึ่งไม่ได้ส่งผลเฉพาะในเชิง


ภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้น แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมมาถึงโครงสร้างเศรษฐกิจและภาคธุรกิจในระดับลึก โดยเฉพาะมิติ “พลังงาน”


ที่มีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันผลกระทบจากความไม่มั่นคงในภูมิภาคยังส่งผลต่อ “การเคลื่อนย้ายแรงงาน” โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในหลายอุตสาหกรรมของไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต ก่อสร้าง หรือเกษตรกรรม ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนแรงงาน ควบคู่ไปกับต้นทุนที่


เพิ่มสูงขึ้น สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความท้าทายชั่วคราว แต่คือ ภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต ที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญ

ทั้งนี้ NIA มองว่าหัวใจสำคัญของการอยู่รอดและเติบโตท่ามกลางวิกฤต คือธุรกิจต้องมีการปรับตัว โดยเน้น


3 แนวทาง ได้แก่ 1. สร้างความยืดหยุ่นของธุรกิจด้วยนวัตกรรม: ผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจแบบดั้งเดิม ไปสู่การเป็น “ธุรกิจฐานนวัตกรรม” ซึ่งจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอย่างจริงจัง เพื่อบริหารต้นทุนและคาดการณ์ความเสี่ยง รวมถึงการออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ให้พึ่งพาแรงงานน้อยลงแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ธุรกิจสามารถ “ล้มยาก และ ลุกไว” มากขึ้น 2. การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว: วิกฤตพลังงานและสิ่งแวดล้อมกำลังกลายเป็นแรงกดดันเชิงนโยบายและการค้าในระดับโลก ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการ “ออกแบบโมเดลธุรกิจใหม่” ที่ลดการพึ่งพาทรัพยากรและลดความเสี่ยงจากต้นทุนผันผวน ผู้ประกอบการที่ปรับตัวสู่ ESG หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งไม่เพียงช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน แต่ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดการพึ่งพาแรงงานในบางกระบวนการ และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

และ 3. สร้างเครือข่ายเพื่อสนับสนุนธุรกิจ: ในโลกที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น วิกฤตด้านพลังงาน แรงงาน และซัพพลายเชน สามารถส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทั้งระบบได้อย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการจึงไม่สามารถอยู่ลำพังได้ NIA จึงมุ่งเน้นการสร้าง “ระบบนิเวศนวัตกรรมภูมิภาค” ที่เชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษา ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และโซลูชันใหม่ๆ เช่น การพัฒนาแรงงานทักษะสูง (Upskill/Reskill) การเข้าถึงเทคโนโลยีทดแทนแรงงาน และความร่วมมือด้านนวัตกรรม ที่สามารถรับมือกับวิกฤตได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที วิกฤตที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายด้าน ทั้งพลังงาน แรงงาน และเทคโนโลยี กำลังทำหน้าที่เป็น “ตัวเร่ง” ที่สำคัญที่สุดของการสร้างนวัตกรรม NIA พร้อมที่จะเป็นสะพานเชื่อมและเป็นพี่เลี้ยงที่เคียงข้างผู้ประกอบการไทย เพื่อเปลี่ยนความไม่แน่นอนเหล่านี้ให้กลายเป็นโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืนและแข็งแกร่งกว่าเดิม

“นิลมังกร ถือเป็นเครื่องมือในการยกระดับธุรกิจนวัตกรรมของผู้ประกอบการในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย ที่มีการนำอัตลักษณ์ วัตถุดิบในท้องถิ่น หรือความได้เปรียบในพื้นที่มาเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการใน 4 ด้านได้แก่ 1. การใช้นวัตกรรมเพิ่มจุดเด่น-สร้างจุดขาย 2. การวางแผนรูปแบบธุรกิจ 3. การพัฒนาเทคนิคการตลาดแบบใหม่ และ 4. การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับ ซึ่งเป้าหมายของโครงการคือให้เกิดรายได้จากสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 3 เท่า “นิลมังกร” จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่การประกวด แต่เป็นแพลตฟอร์มสนามฝึกซ้อมเพื่อความอยู่รอดในโลกจริงให้กับผู้ประกอบการไทย ที่จะเป็นตัวอย่างในการสร้างแรงบันดาลใจ หรือใช้กลยุทธ์ในการสร้างยอดขายให้กับผู้ประกอบการธุรกิจอื่นๆ ได้อีกด้วย โดยมีจุดเด่น 3 เรื่อง คือ 1. เน้นเรื่องการเปลี่ยนวิธีคิด (Mindset) มากกว่าแค่เรื่องเงินรางวัล เพื่อให้ผู้ประกอบการเติบโตอย่างยั่งยืน 2. ใช้เครื่องมือในการ "เจียระไน" ธุรกิจ เพื่อรีดศักยภาพการเติบโตของธุรกิจออกมาในรูปแบบการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ และ 3. การสร้างยอดขายที่เกิดขึ้นได้จริง

ทุกธุรกิจที่ผ่านการคัดเลือกจะสร้างยอดขายที่สามารถเติบโตได้อย่างแน่นอน” ดร. กริชผกา กล่าวสรุป

ผศ.ดร. เกษมศักดิ์ อุทัยชนะ รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่าจุดแข็งสำคัญของโครงการฯ คือการที่ไม่ได้มองผู้ประกอบการในมิติเดียวกัน

ทั้งประเทศ แต่เปิดโอกาสให้แต่ละภูมิภาคได้นำศักยภาพและอัตลักษณ์เฉพาะตัวของพื้นที่มาพัฒนาเป็นจุดเด่นของธุรกิจ ซึ่งทางอุทยานวิทยาศาสตร์ในแต่ละภูมิภาคมีบทบาทในการสนับสนุนผู้ประกอบการอยู่แล้ว ทั้งด้านการพัฒนาเทคโนโลยี

การวิจัย และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคธุรกิจและหน่วยงานในพื้นที่อย่าง หอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาพันธ์เอสเอ็มอี และกลุ่มสมาคมนักธุรกิจทั่วภูมิภาค ซึ่งเป็นฐานสำคัญที่ช่วยให้สามารถมองเห็น ค้นหา และต่อยอดผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสูงได้อย่างตรงจุด โดยแนวทางการนำจุดแข็งเหล่านั้นมาต่อยอดให้ชัดเจน สร้างมูลค่าค่าเพิ่ม และสร้างความน่าสนใจให้กับสิ่งนั้นๆ เช่น ภาคเหนือ มีความแข็งแกร่งด้านเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง สมุนไพร และอัตลักษณ์ล้านนา สามารถดึงมาต่อยอดธุรกิจในกลุ่มของ Creative Economy, AgriTech และ Health&Wellness ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เน้นการยกระดับเกษตรมูลค่าสูง เชื่อมกับ Bioeconomy และขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน ภาคใต้ มีทรัพยากรชีวภาพอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นยางพารา ปาล์มน้ำมัน การท่องเที่ยวทางทะเล และตลาดฮาลาล สามารถพัฒนาไปสู่ธุรกิจด้าน Marine Biotechnology และ Sustainability และภาคกลาง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี เน้นธุรกิจที่สามารถขยายตัวได้เร็ว และเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมหลัก เช่น Digital Platform และ Industry Tech โดยปีนี้จะมี Inno-Biz Champion Hub ที่จัดขึ้นเพื่อทำงานแบบเชิงรุกมากขึ้น เช่น การเตรียมพร้อมก่อนเข้าแข่งขัน การช่วยขัดเกลาจุดแข็งของผู้ประกอบการแต่ละพื้นที่ ทั้งท่าทาง น้ำเสียง และวิธีการสื่อสาร โดยทีมพี่เลี้ยงจากอุทยานฯ และ NIA ส่วนภูมิภาค และการสนับสนุนต่อเนื่องหลังจบโครงการ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็น "นิลมังกร" จะไม่ใช่แค่ผู้ชนะบนเวที แต่จะเป็นผู้ประกอบการที่เติบโตได้จริงในตลาดต่อไป


อ.สพ. ชัยยศ ธารรัตนะ สัตวแพทย์ที่ปรึกษาด้านการฟื้นฟูสเต็มเซลล์ในสัตว์เลี้ยง PetGeneX เจ้าของแชมป์ “นิลมังกร เดอะ เรียลลิตี้” รุ่นที่ 3 กล่าวว่า PetGeneX เป็นการให้บริการธนาคารสเต็มเซลล์สำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet Stem Cell Biobanking) ที่ไม่ได้เป็นเพียงการเก็บเซลล์ แต่เป็นการสร้าง “โอกาสการรักษาในอนาคต” ให้กับสัตว์เลี้ยงตั้งแต่วันที่เขายังสุขภาพดี เพราะเชื่อว่าในอนาคตการแพทย์จะไม่ได้เริ่มต้นตอนที่สัตว์ป่วย แต่จะเริ่มตั้งแต่การเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ซึ่งปัจจุบันเจ้าของสัตว์ส่วนใหญ่ยังไม่มีเครื่องมือหรือทางเลือกในการเตรียมสิ่งนี้ไว้ตั้งแต่ต้น หลังจาก PetGeneX 

ได้เข้าร่วมโครงการสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทย ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เพราะโครงการนิลมังกรไม่ได้แค่ช่วยให้ตัวเลขยอดขายเพิ่มขึ้น แต่เปลี่ยนวิธีคิดในการทำธุรกิจทั้งระบบ ประเด็นแรก เปลี่ยนจากการมองว่า “เรามีสินค้าที่ดี”


มาเป็น “เราจะทำให้คนจำนวนมากเข้าถึงสิ่งนี้ได้อย่างไร” จากเดิมที่โฟกัสที่ตัวผลิตภัณฑ์ เราขยายมุมมองไปสู่ทั้ง customer journey ตั้งแต่การสร้างความเข้าใจ การตัดสินใจ ไปจนถึงประสบการณ์การใช้งานจริง ประเด็นที่สอง การคิดในเชิงระบบมากขึ้น ทั้งการวางโครงสร้างธุรกิจ การสร้างพาร์ทเนอร์ และการออกแบบโมเดลที่ทำให้บริการของเราสามารถเติบโตได้

ในวงกว้าง และประเด็นที่สำคัญ เปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้พัฒนาเทคโนโลยี” มาเป็น “ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในตลาด”


จากเดิมที่รอให้ตลาดเข้าใจเรา วันนี้ปรับบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และขับเคลื่อนให้ตลาดยอมรับนวัตกรรมของเรา สุดท้ายนี้ อยากจะฝากบอกว่าหากคุณมีนวัตกรรมที่ดี ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ดี นิลมังกรจะทำให้กลายเป็นธุรกิจที่คนทั้งประเทศเข้าใจ เข้าถึง ใช้ได้จริง และประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด”

สำหรับผู้ประกอบการไทยจากทั่วทุกภูมิภาคที่สนใจเข้าร่วมโครงการการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทย หรือ “นิลมังกร แคมเปญ” รุ่นที่ 4 สามารถสมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 29 พฤษภาคม 2569 ผ่านทางเว็บไซต์ https://thailandinnobiz.nia.or.th/ มาร่วมกันพิสูจน์ให้เห็นว่า นวัตกรรมไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก และวิกฤตจะเป็นเพียงแค่บันไดให้เราก้าวสู่ความสำเร็จที่สูงกว่าเดิม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad