Policy20 ในงาน Money20/20 Asia 2026: ผู้นำเอเชียเน้นความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนการเงินในยุคใหม่ของ Sovereign Intelligence - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569

Policy20 ในงาน Money20/20 Asia 2026: ผู้นำเอเชียเน้นความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนการเงินในยุคใหม่ของ Sovereign Intelligence

 


กรุงเทพฯ – 22 เมษายน 2569 – Money20/20 งานฟินเทคชั้นนำระดับโลกและเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมการเงิน ได้จัดเวทีประชุม Policy20 ขึ้นภายในงาน Money20/20 Asia ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–23 เมษายน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดย Policy20 ได้รวบรวมผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล และผู้นำอุตสาหกรรมชั้นนำกว่า 80 รายจากทั่วเอเชีย มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองของเทคโนโลยี การเงิน และกฎระเบียบ พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นของแนวทางความร่วมมือในการรับมือกับภูมิทัศน์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงนี้

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของโปรแกรม คือการหารือพิเศษเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ว่าการและประธานองค์กร ภายใต้หัวข้อ “Sovereign Intelligence” ซึ่งผู้นำด้านนโยบายระดับสูง หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน และผู้ว่าการธนาคารกลาง ได้หารือร่วมกันภายใต้กติกา Chatham House Rule เพื่อรับมือกับความท้าทายในการรักษาอธิปไตยด้านนโยบายของประเทศ ท่ามกลางยุคของ AI และการเงินดิจิทัล

สรุป 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่:

1. อธิปไตยผ่านมาตรฐานเชิงกลยุทธ์ (Sovereignty via Strategic Standards): การรักษาอธิปไตยด้านนโยบายของประเทศทำได้ดีที่สุดผ่านการมีส่วนร่วมเชิงรุกในการกำหนดมาตรฐานระดับโลก เพื่อให้คุณค่าและบริบทของภูมิภาคสะท้อนอยู่ในโครงสร้างของระบบการเงินยุคถัดไป

2. ความมั่นคงร่วมกัน (Harmonised Resilience): โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินข้ามพรมแดนในอนาคตควรถูกพัฒนาบนหลักการกำกับดูแลร่วมกัน โดยยังคงเคารพบริบทและลำดับความสำคัญของแต่ละประเทศ

3. การกำกับดูแลเชิงรุก (Proactive Oversight): สะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันในการก้าวสู่ “การกำกับดูแลที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและปัญญา (Intelligence-Led Governance)” โดยใช้ประโยชน์จาก AI และเครื่องมือข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบการเงินในระดับประเทศ

คุณ Ian Fong, VP of Content - Asia ของ Money20/20 กล่าวว่า: “ข้อสรุปในวันนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้นำด้านนโยบายและหน่วยงานกำกับดูแลในภูมิภาค กำลังก้าวจากการเฝ้าสังเกต สู่การกำกับดูแลที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในระดับปฏิบัติการ พวกเขาไม่ได้เพียงบริหารจัดการเทคโนโลยี แต่กำลังกำหนดกรอบแนวทางของ sovereign intelligence เพื่อปกป้องอนาคตของระบบการเงินโลก”

การเปลี่ยนผ่านสู่ความร่วมมือและความเชื่อมั่น

ประเด็นสำคัญจากเวที Policy20 คือ อนาคตของระบบการเงินในเอเชียจะไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความเชื่อมั่น ความร่วมมือ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะควบคู่กันไป

หนึ่งในข้อค้นพบที่โดดเด่น คือการเปลี่ยนผ่านของทั้งอุตสาหกรรมจากการกำกับดูแลแบบดั้งเดิม ไปสู่แนวทางการพัฒนาแบบร่วมมือ (co-creation) มากขึ้น โดยหน่วยงานกำกับดูแลเริ่มปรับบทบาทจาก “ผู้บังคับใช้” ไปสู่ “ผู้สนับสนุน” ที่ทำงานร่วมกับภาคเอกชนในการออกแบบกรอบการดำเนินงานที่สามารถปรับตัวได้แบบเรียลไทม์ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี สะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญจากแนวทางที่ยึดตามข้อกำหนดแบบตายตัว ไปสู่การกำกับดูแลที่ยืดหยุ่นและขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือ

ขณะเดียวกัน “ความเชื่อมั่น” ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของนวัตกรรมทางการเงิน เมื่อระบบนิเวศดิจิทัลขยายตัวมากขึ้น ความเชื่อมั่นจึงเกิดจากระบบที่โปร่งใส การกำกับดูแลที่เข้มแข็ง และความสอดคล้องด้านกฎระเบียบ โดยเฉพาะในบริบทที่ AI และสินทรัพย์ดิจิทัลพัฒนาอย่างรวดเร็วเกินกว่ารอบการกำกับดูแลแบบดั้งเดิม

โครงสร้างพื้นฐานที่มีเป้าหมาย (Infrastructure with Purpose)

การหารือนี้ ยังสะท้อนว่า นวัตกรรมที่ขาดการนำไปใช้งานจริงอาจก่อให้เกิดข้อจำกัดได้ โดยประเด็นสำคัญมุ่งไปที่แนวคิดที่ว่า การเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างแท้จริงในเอเชียจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ซึ่งไม่เพียงต้องเข้าถึงได้ง่าย แต่ยังต้องมีความเข้าใจง่ายและมีต้นทุนที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงบริการสำหรับประชากรกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงระบบการเงินในวงกว้าง

อนาคตของระบบการเงินแบบหลายโครงข่าย (A Multi-Rail Future)

ผู้เชี่ยวชาญในเวที Policy20 ได้ฉายภาพระบบนิเวศทางการเงินในอนาคตที่มีหลายโครงข่ายทำงานร่วมกัน (multi-rail) ซึ่งประกอบด้วยเงินฝากในรูปแบบโทเคน (tokenised deposits), สเตเบิลคอยน์ และระบบธนาคารดั้งเดิมที่อยู่ร่วมกันอย่างสอดประสาน ข้อสรุปสำคัญชี้ชัดว่า อนาคตของระบบการเงินไม่ใช่การมีรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเป็นหลัก แต่คือการสร้างความสามารถในการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ ผ่านมาตรฐานและกรอบการทำงานข้ามพรมแดนที่สอดคล้องกัน

สมดุลระหว่างการเติบโตและความปลอดภัย (Scale vs. Safety)

ท้ายที่สุด การหารือได้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในระดับภูมิภาคในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและความปลอดภัย แม้นวัตกรรมจะพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แต่ทั้งหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างเห็นพ้องว่า การเติบโตต้องไม่แลกมาด้วยการลดทอนการคุ้มครองผู้บริโภค เสถียรภาพทางการเงิน หรือความรับผิดชอบ

นอกจากนี้ ยังมีความเห็นร่วมกันอย่างชัดเจนว่า “การใช้งานจริงอย่างมีความหมาย” (meaningful adoption) ไม่ใช่เพียงการเข้าถึงบริการ แต่ได้กลายเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จที่สำคัญ โดยให้ความสำคัญว่าความก้าวหน้าทางการเงินได้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างแท้จริงหรือไม่

เมื่อเวที Policy20 ดำเนินต่อไป ประเด็นสำคัญยิ่งชัดเจนขึ้นว่า เอเชียไม่ได้เป็นเพียงผู้ปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอีกต่อไป แต่กำลังกำหนดต้นแบบระดับโลกของการกำกับดูแลที่มีความรับผิดชอบ

 

เกี่ยวกับ Money20/20

Money20/20 ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2555 โดยผู้เชี่ยวชาญจากภายในอุตสาหกรรม และเติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของระบบนิเวศฟินเทคระดับโลก ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา แนวคิดและบริษัทที่มีความล้ำสมัยและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว ได้ใช้แพลตฟอร์ม Money20/20 เป็นเวทีในการสร้างการเติบโต โดยองค์กรระดับโลกอย่าง Mastercard, Airwallex, J.P. Morgan, SHIELD, GCash, Stripe, Google, VISA, Adyen และอีกมากมาย ได้สร้างข้อตกลงที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และยกระดับการรับรู้ในระดับสากลผ่าน Money20/20 และงาน Money20/20 ยังดึงดูดผู้นำจากธนาคารชั้นนำของโลก บริษัทด้านการชำระเงิน บริษัทเงินร่วมลงทุน หน่วยงานกำกับดูแล และแพลตฟอร์มสื่อ ให้มารวมตัวกันเพื่อสร้างข้อตกลงที่กำหนดทิศทางอุตสาหกรรม สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และเปิดโอกาสสำคัญที่กำหนดอนาคตของภาคการเงิน โดยจัดขึ้นที่ลาสเวกัส (18–21 ตุลาคม พ.ศ. 2569), อัมสเตอร์ดัม (2–4 มิถุนายน พ.ศ. 2569), ริยาด (14–16 กันยายน พ.ศ. 2569) และกรุงเทพมหานคร (21–23 เมษายน พ.ศ. 2569)

ติดตามเพื่ออัปเดตความเคลื่อนไหวของงาน Money20/20 ได้ทาง X/Twitter (https://twitter.com/money2020) และ LinkedIn (https://www.linkedin.com/company/money2020/) 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad