GUNKUL โชว์ผลงาน! ไตรมาส 1/2569 รายได้รวม 2,587 ล้านบาท โต 25.1% มุ่งสู่เป้ารายได้ 10,000 ล้านบาทสิ้นปี เคาะปันผล Yield สูง 3.1% - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

GUNKUL โชว์ผลงาน! ไตรมาส 1/2569 รายได้รวม 2,587 ล้านบาท โต 25.1% มุ่งสู่เป้ารายได้ 10,000 ล้านบาทสิ้นปี เคาะปันผล Yield สูง 3.1%

 


      ไตรมาส 1/2569 รายได้โตแกร่ง 25.1% YoY ปัจจัยหนุนหลักมาจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้างเติบโตก้าวกระโดดประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เตรียมทยอยรับรู้รายได้ภายในปี 2569 กว่าอีก 4,600 ล้านบาท

      แข็งแกร่งทุกกลุ่มธุรกิจ ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 New High 10,000 ล้านบาท และพอร์ตพลังงานสีเขียว 2,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2027 พร้อมเข้าร่วมทุกมาตรการภาครัฐผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

      จ่ายปันผลระหว่างกาล หุ้นละ 0.10 บาท เทียบเท่า Dividend Yield 3.1%* เตรียมรับปันผล 10 มิถุนายนนี้

 

บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส ปี 2569 เติบโตทุกมิติตามเป้า มีรายได้รวม 2,586.5 ล้านบาท เติบโต 25.1% โดยกำไรสุทธิโต 24.0% เป็นจำนวน 455.8 ล้านบาท ภายใต้โครงสร้างการเงินและโครงสร้างการประกอบธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรที่แข็งแกร่งพร้อมเข้าร่วมทุกมาตรการภาครัฐ หนุนการเติบโตทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก จ่อเซ็น PPA เพิ่มอีก 319 เมกะวัตต์ พร้อมแย้มข่าวดีคว้าพอร์ตพลังงานสะอาดต่างประเทศกลางปีนี้ มุ่งสู่เป้า 2,000 เมกะวัตต์ ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ของการเป็นพาร์ตเนอร์ที่ได้รับการยอมรับสูงสุดด้านพลังงานสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาคเอเชีย

นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) เผยว่า ผลการดำเนินงานนช่วงไตรมาสแรก บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,586.5 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้น 25.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากรายได้ฝั่งธุรกิจก่อสร้างที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด สามารถบันทึกรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ถึงแม้ในไตรมาส แรงลมจะอ่อนตัว ส่งผลให้ Profit Sharing ลดลงจากการลดลงของกำไรขายไฟโครงการพลังงานลม แต่บริษัทฯ ยังสามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิไตรมาส ปี 2569 อยู่ที่ 455.8 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 24% ได้ โดยแรงลมได้กลับมาแรงขึ้นในเดือน เมษายน ส่งผลให้หน่วยไฟในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 65% จากภาวะมรสุมเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว ทำให้ภาพรวมรายได้จากการขายไฟสดใสในไตรมาส ผนวกกับรายได้ Backlog ที่ทยอยรับรู้ในปี 2569 กว่าอีก 4,600 ล้านบาท คาดผลการดำเนินงานจะเติบโตอย่างโตต่อเนื่องในไตรมาส 2/2569

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทจึงได้มีมติเห็นชอบให้จ่ายปันผลระหว่างกาล จากกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการและผลการดำเนินงานของบริษัทงวด ม.ค. - 31 มี.ค. 2569 เป็นเงินสดในอัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น โดยขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569

สำหรับช่วงกลางปีนี้ บริษัทฯ มีแผนเพิ่มเมกะวัตต์ทั้งในและต่างประเทศ โดยจ่อลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA)  319 เมกะวัตต์ และพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดในต่างประเทศที่เตรียมจะประกาศข่าวดี ผลักดันการเติบโตในเนื้อกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อย่างต่อเนื่องในระยะยาว นอกจากนี้ ในปี 2569 บริษัทฯ เตรียมรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar farm) ใหม่เพิ่มอีก 3 โครงการรวม 176.6 เมกะวัตต์ ที่มีแผนเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในไตรมาส 4 ปีนี้

นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังมองปัจจัยหนุนการเติบโตเพิ่มเติม สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐซึ่งล่าสุดมีการประกาศงบอัดฉีด 200,000 ล้านบาทในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานสะอาดของประเทศ รวมถึงแนวโน้มแผน PDP 2026 ฉบับใหม่ที่จะออกมา เน้นการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นจากอุตสาหกรรม Data Center และ Semiconductor รวมถึงโครงการที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอื่น ๆ ที่บริษัทฯ สามารถเข้าร่วมได้ในทุกมิติ ตั้งแต่การเชื่อมต่อ Direct PPA เพื่อปลดล็อกการจัดหาพลังงานสะอาดให้กับภาคอุตสาหกรรม ระบบกักเก็บพลังงานแบบ Battery ระดับโครงข่ายช่วยยกระดับเสถียรภาพของพลังงานสะอาด และมาตรการกระตุ้นการเติบโตของโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนหลังจากนโยบายลดหย่อนภาษีโซลาร์รูฟท็อป 200,000 บาทและโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งตอนนี้มีลูกค้าระดับครัวเรือนและธุรกิจ SME ให้ความสนใจติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ หากปริมาณไฟฟ้าในระบบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมในระบบสายส่งไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของประเทศ เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านพลังงานสะอาดและรองรับเปลี่ยนผ่านไปสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี ตอบสนองต่อดีมานด์ที่เพิ่มสูงขึ้นจากภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลใหม่ ๆ ที่เข้ามา โดยเฉพาะจาก Data Center ที่ในช่วง 2568 – 2569 มีมูลค่าการลงทุนรวมแล้วกว่า 1.5 ล้านล้านบาท และ Semiconductor 5 แสนล้านบาท ภายในปี 2569 ทั้งนี้ ด้วยจุดเด่นของ GUNKUL ที่พร้อมให้บริการครอบคลุมทั้ง Value Chain สามารถซัพพลายอุปกรณ์และดูแลการก่อสร้างทั้งระบบสายส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้าทุกแรงดัน ประกอบกับกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาดที่แข็งแกร่ง จึงมีศักยภาพที่จะรองรับโอกาสใหม่ ๆ ของโครงการทั้งภาครัฐและภาคเอกชนนี้

เพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวทางธุรกิจสู่การเติบโตใน Curve ต่อไปของบริษัทฯ จากปัจจัยลมหนุนต่าง ๆ  ข้างต้น รวมถึงในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนให้ความสนใจต่อเส้นทางการเติบโตของ GUNKUL บริษัทฯ จึงเล็งเห็นถึงประโยชน์ในระยะยาวผ่านการระดมทุนกลับจากหุ้นที่บริษัทฯ มีการซื้อคืน (Treasury share) ก่อนหน้านี้ เพื่อการบริหารโครงสร้างเงินทุน ขยายขีดความสามารถในการลงทุนโครงการใหม่ (Headroom) และลดต้นทุนดอกเบี้ยได้ราว 35 ล้านบาทต่อปี บริษัทฯ มองว่าจังหวะ 2-3 ปีนี้เป็นช่วงสำคัญของประเทศไทยที่จะคว้าโอกาสในการเป็น Green Digital Hub ของภูมิภาค ซึ่ง GUNKUL ในฐานะบริษัทที่มีศักยภาพในด้านพลังงานครบวงจร พร้อมเดินหน้าในทุกกลุ่มธุรกิจ ทุกสเกลงาน เพื่อส่งมอบพลังงานสีเขียวที่มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพ ส่งเสริมภาพพลังงานไทยให้กลายเป็นมูลค่าเพิ่ม เป็นแต้มต่อของประเทศต่อไป

หมายเหตุ: *เทียบกับราคาปิดของหลักทรัพย์ GUNKUL วันที่ พฤษภาคม 2569

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad