สิงห์ เอสเตท ประกาศเข้าร่วมเป็นสมาชิก Bio-Diversity Network Alliance (B-DNA) ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายงานด้านอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2562

สิงห์ เอสเตท ประกาศเข้าร่วมเป็นสมาชิก Bio-Diversity Network Alliance (B-DNA) ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายงานด้านอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย

กรุงเทพมหานคร (กันยายน 2562)  - สิงห์ เอสเตท ประกาศเดินหน้าเข้าร่วมเป็นสมาชิก Bio-Diversity Network Alliance (B-DNA) ซึ่งเป็นเครือข่ายความร่วมมือที่ดำเนินงานเพื่อขยายบทบาทของภาคเอกชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ผ่านการรณรงค์ให้องค์กรเห็นความสำคัญกับความหลากหลายทางชีวภาพ และมีการดำเนินงานโดยคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องไปกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs)

นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเข้าร่วมเป็นสมาชิก B-DNA ในครั้งนี้ สอดคล้องกับปรัชญาในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบของสิงห์ เอสเตท เพื่อมุ่งสู่การเป็น Global Holding Company โดยการสร้างความสมดุลในการอยู่ร่วมกันของสังคมและสิ่งแวดล้อม ส่งมอบคุณค่าและความต้องการให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม บนพื้นฐาน Good Corporate Citizenship อีกทั้งเราตระหนักเสมอว่า การดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์นั้น เป็นสิ่งที่ทำให้สำเร็จได้ยากถ้าหากต่างคนต่างทำ ดังนั้น       เราจึงดำเนินโครงการต่างๆโดยอาศัยความช่วยเหลือและความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วนในสังคม ที่มาช่วยขับเคลื่อนและผลักดันให้โครงการต่างๆเกิดขึ้น อาทิ โครงการ พีพี กำลังจะเปลี่ยนไป ซึ่งเป็นโครงการที่บริษัทฯจัดตั้งขึ้นในปี 2559 ตามกรอบแนวคิด พีพี โมเดล” ซึ่งเป็นแนวทางที่อยู่บนพื้นฐานของ IUCN โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อฟื้นฟูปะการังฟอกขาวที่เกาะยูงและบริเวณอ่าวมาหยา โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากภาครัฐ นักวิชาการจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะประมงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ภาคประชาสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายนริศ กล่าวเสริม เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมกับ B-DNA ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภาคีเครือข่ายที่มีความสำคัญและมีการดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างแข็งขัน และในอนาคต สิงห์ เอสเตท จะยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์อีกหลากหลายโครงการ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทั้งชุมชนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งมอบคุณค่า ควบคู่ไปกับสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในทุกสถานที่ที่บริษัทฯ เข้าไปพัฒนาโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการในประเทศไทยและโครงการในต่างประเทศ เช่น ในปี 2562 ที่ สิงห์ เอสเตท กำลังจะเปิดศูนย์การเรียนรู้ทางทะเลถึง 2 แห่ง ได้แก่  มัลดีฟส์ ดิสคัฟเวอรี่ เซ็นเตอร์” (Maldives Discovery Center)  และ มารีน ดิสคัฟเวอรี่ เซ็นเตอร์” (Marine Discovery Centre) ที่โครงการคร้อสโรดส์ สาธารณรัฐมัลดีฟส์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของท้องทะเล ผ่านการให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์และการฟื้นฟูปะการังแก่นักท่องเที่ยวและคนในท้องถิ่

ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สิงห์ เอสเตท ได้ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มมาโดยตลอดด้วยการสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นระหว่างชุมชนและสิ่งแวดล้อม ผ่านภาคีเครือข่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐภาคเอกชน และภาคประชาสังคม และในอนาคตบริษัทฯจะเดินหน้าต่อไปในการขยายเครือข่ายคณะทำงานให้เข้มแข็ง เพื่อผลักดันให้หลากหลายโครงการเกิดขึ้น ครอบคลุมทุกมิติที่เกี่ยวเนื่องกับสังคมและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การสร้างสรรค์เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีและยั่งยืนต่อไป

Bio-Diversity Network Alliance (B-DNA) ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่างบริษัทโตโยต้าและองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายบทบาทของภาคเอกชนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์ไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2561 และมีบริษัทเข้าร่วมเป็นสมาชิก ณ ตอนนี้ บริษัท ซึ่งในปี 2562 เป็นครั้งแรกของสิงห์ เอสเตท ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนี้

ล่าสุดหลังจากได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก B-DNA สิงห์ เอสเตท ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Coastal Cleanup ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ บางปู จังหวัดสมุทรปราการ โดยได้นำนิทรรศการ #SeaYouTomorrow ไปร่วมจัดแสดง เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับขยะทะเล รวมถึงส่งตัวแทนบริษัทฯ ร่วมกิจกรรมเก็บขยะในป่าชายเลน ซึ่งภายในงานมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครเข้าร่วมจากเครือข่ายและพันธมิตรกว่า 2,000 คน หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมพบว่าสามารถเก็บขยะในป่าชายเลนได้มากว่า 2,700 กิโลกรัม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here