KKP: ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าสูงสุดรอบ 20 สัปดาห์ หนุนกลุ่มแบงก์ไทยเด่น รับอานิสงส์เม็ดเงิน Active Fund หมุนเวียนสู่หุ้น Value แนะ KTB และ KBANK เป็นหุ้นเด่นประจำกลุ่ม - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

KKP: ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าสูงสุดรอบ 20 สัปดาห์ หนุนกลุ่มแบงก์ไทยเด่น รับอานิสงส์เม็ดเงิน Active Fund หมุนเวียนสู่หุ้น Value แนะ KTB และ KBANK เป็นหุ้นเด่นประจำกลุ่ม

 


บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร (KKPS) เผยมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยและกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังดัชนี SET ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม 2569 ได้รับแรงหนุนจากเงินทุนต่างชาติไหลเข้าสุทธิกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท ทำสถิติสูงสุดในรอบ 20 สัปดาห์ โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าติดตาม ดังนี้


  • เม็ดเงินหนุนจาก Active Long-only เจาะหุ้นพื้นฐานดี: กระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยในวงกว้างครั้งนี้ คาดว่าเป็นเม็ดเงินจากกองทุนประเภท Active Long-only มุ่งเน้นไปที่หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานเหมาะสม (Value) สอดคล้องกับการหมุนเวียนเงินทุนออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชีย

  • ไทยยืนหนึ่งอันดับ 2 ในภูมิภาค: แบบจำลองเชิงปริมาณของแบงก์ออฟอเมริกา (BofA Asia ex-Japan Quant Strategy Fifty) บ่งชี้ว่า หุ้นสไตล์ Value มักจะสร้างผลตอบแทนได้ดีในช่วงเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนสูงเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค (ไม่รวมญี่ปุ่น)

  • กลุ่มธนาคาร เป้าหมายแรกของฟันด์โฟลว์: KKPS มองว่ากลุ่มแบงก์จะได้ประโยชน์สูงสุดจากการหมุนเวียนเงินทุนในรอบนี้ เนื่องจากเป็นหุ้นแนว Value & Defensive ที่ปันผลสูง และสะท้อนแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการลงทุนภาคเอกชน โดยภาพรวมกลุ่มแบงก์ไทยนำตลาดด้วยการปรับตัวขึ้น +7.6%


  • พื้นฐานแกร่ง-ราคาในตลาดรับส่วนลดลึกเมื่อเทียบสิงคโปร์: นักวิเคราะห์ระบุว่า ปัจจุบันแบงก์ไทยซื้อขายที่ PBV ปี 2569 เพียง 0.94 เท่า และให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยสูงถึง 5.9% ขณะที่กลุ่มแบงก์สิงคโปร์ซื้อขายมากกว่า 2.0 เท่า PBV และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลต่ำกว่า 5% ในทางกลับกัน ธนาคารไทยยังซื้อขายที่ส่วนลดอย่างมีนัยสำคัญ แม้แนวโน้มกำไรจะมีความชัดเจนมากขึ้น จึงยังมีโอกาสในการ Re-rating สูงกว่า

  • แนวโน้มผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุด: คาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปีนี้ จะเป็นจุดต่ำสุดของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) โดยในปี 2570 จะเห็นการทยอยฟื้นตัวของสินเชื่อ รวมถึงโครงสร้างต้นทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น และการบริหารเงินทุนเชิงรุก (ปันผล/ซื้อหุ้นคืน/เงินปันผลพิเศษ) ที่จะเข้ามาช่วยหนุนราคาหุ้น
  • หุ้นเด่น (Top Picks): KKPS ยังคงเลือก KTB และ KBANK เป็นหุ้นเด่นประจำกลุ่ม ขณะที่การปรับตัวขึ้นของหุ้นตัวอื่น ๆ เช่น BBL และ TISCO สะท้อนว่าการปรับมูลค่า (Sector Re-rating) ของกลุ่มธนาคารกำลังกระจายตัวในวงกว้างอย่างมีนัยสำคัญ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad