สรท. ยกระดับวิกฤตปัญหาตู้สินค้าขาดแคลนและค่าระวางเรือสู่เวทีระดับโลก - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

สรท. ยกระดับวิกฤตปัญหาตู้สินค้าขาดแคลนและค่าระวางเรือสู่เวทีระดับโลก


เมื่อวันอังคารที่ 13 กรกฎาคม 2563 เวลา 20.00-21.00 น. ดร.ชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) และในนามตัวแทน Asian Shippers’ Alliance (ASA) ได้นำประเสนอประเด็นปัญหา

                                           


การขนส่งสินค้าทางทะเลที่สำคัญคือ การขาดแคลนตู้สินค้าและระวางเรือ(Space) และค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ต่อเวทีสัมมนาของการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (United Nations Conference on Trade and Development: UNCTAD) เพื่อร่วมหารือในปัญหาการขนส่งสินค้าทางเรือตู้คอนเทนเนอร์ สถานการณ์อัตราค่าระวางที่เพิ่มขึ้น และข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกประเทศทั่วโลก

เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นในอนาคสอดคล้องกับที่ นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ทราบถึงปัญหาและขอให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเร่งดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาโดยเร็วเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศในระยะยาว 

ทั้งนี้ ประธาน สรท. ได้นำเสนอเหตุที่มาของปัญหา อาทิการแพร่ระบาดของ COVID-19 มาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลให้

 1) แรงงานและประสิทธิภาพท่าเรือในหลายประเทศลดลง 2) การปิดกิจการและโรงงานผลิตชั่วคราว

 3) การส่งออกของจีนฟื้นตัวและอุปสงค์สหรัฐและสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น

 4) ประเด็นคลองสุเอซและการหยุดชะงักอื่นของการปฏิบัติงานในท่าเรือที่สำคัญหลายแห่งข้อจำกัดของการผลิตตู้คอนเทนเนอร์และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งนำไปสู่ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อาทิ

1) ความแออัดของท่าเรือและระยะเวลาการขนส่งจากท่าเรือถึงท่าเรือนานขึ้น 

2) เรือล่าช้ากว่ากำหนดส่งผลต่อการหมุนเวียนคอนเทนเนอร์ช้าลงทั่วโลก 

3) ตู้คอนเทนเนอร์และระวางเรือขาดแคลน ส่งผลให้อัตราค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ตลอดจนชี้แจงผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นในเอเชีย อาทิ

 1) ระยะเวลาการรอโหลดสินค้าขึ้นเรือแม่ ณ ท่าเรือที่เป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้ายาวนานมากขึ้น

 2) ระยะเวลาขนส่งสินค้านานขึ้น สร้างความเสี่ยงต่อการขาดแคลนวัตถุดิบในห่วงโซ่มูลค่าโลก

 3) ระยะเวลาขนส่งนานขึ้นส่งผลต่อการชำระเงินนานขึ้นสำหรับเทอมการค้าบางเงื่อนไข ทำให้เกิดปัญหากระแสเงินสดแก่ผู้ส่งออก

 4) ความล่าช้าของตารางเดินเรือที่เกิดจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์กับการบริหารจัดการกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในประเทศ เช่น ผู้ขนส่งสินค้า ตัวแทนเรือ ผู้ให้บริการท่าเทียบเรือ บริษัทรถบรรทุก ลานกองตู้คอนเทนเนอร์ เป็นต้น

 5) การเพิ่มขึ้นของต้นทุนคลังสินค้าและสินค้าคงคลังเนื่องจากสต็อกสินค้าสำเร็จรูปจำนวนมหาศาล

 6) ผู้ส่งออกมีต้นทุนสูงขึ้นแต่ไม่สามารถขึ้นราคาสินค้าได้ เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัว เป็นต้น

อนึ่ง สรท. ร่วมกับ Asian Shippers’ Alliance (ASA) ประกอบด้วยสภาผู้ส่งสินค้าจากชาติพันธมิตรในเอเชีย ได้สรุปข้อเสนอแนะต่อ

ประชาคมโลกเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว ประกอบด้วย 1) ยกระดับเพื่อสะท้อนบทบาทของผู้ส่งออกที่ปัจจุบันการส่งออกเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ยังคงติดปัญหาในเรื่องของต้นทุนโลจิสติกส์และค่าใช้จ่ายภายในประเทศ (Local Charge) รวมถึงขาดแคลนในเรื่องของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่จะรองรับประสิทธิภาพของเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

 2) ผลักดันและร่วมมือกับหน่วยภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศที่ที่กำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าเพื่อตรวจสอบการให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลให้สอดคล้องกับการกำกับดูแลด้านการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม

 3) ส่งเสริมความร่วมมือของสภาผู้ส่งออกในแต่ละประเทศ อาทิ

 3.1) การแลกเปลี่ยนข้อมูลความพร้อมและปริมาณของตู้คอนเทนเนอร์และแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดจากแต่ละประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และประยุกต์ใช้ในประเทศภาคีสมาชิก 

3.2) เร่งเจรจากับผู้ให้บริการสายเรือเพื่อรับประกันพื้นที่และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมีเพียงพอ 

3.3) สนับสนุนหน่วยงานภาครัฐผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ด้านการขนส่ง เพื่อการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ได้สะดวกมากขึ้น 

3.4) ศึกษารูปแบบทางเลือกในการขนส่งระหว่างประเทศอื่น เช่น การขนส่งทางรถ และทางราง เป็นต้น และ

 3.5) สนับสนุนอุตสาหกรรมผลิตและซ่อมตู้คอนเทนเนอร์สำหรับขนส่งทางทะเล เพื่อให้มีเพียงพอ


อนึ่ง ที่ประชุมมีความเห็นว่า

 1) ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และอัตราค่าระวางเรือที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นอุปสรรคต่อการค้าระหว่างประเทศและส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนตลอดทั้ง Global Supply Chain ได้แก่ ผู้นำเข้าและส่งออกสินค้า บริษัทตัวแทนผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประทศ สายการเดินเรือ รวมถึงผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ คลังสินค้า ดังนั้นจึงควรผลักดันการหารือสู่เวทีระดับโลกให้มีการพิจารณาแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างชาติสมาชิกโดยด่วน 

2) หน่วยงานกำกับดูแลด้านการแข่งขันทางการค้าในแต่ละประเทศต้องให้ความสำคัญและเร่งพัฒนากลไกควบคุมการแข่งขันและการกำหนดอัตราค่า

ระวางและค่าบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งสินค้าทางทะเล โดยอาจกำหนดหรือจัดทำข้อเสนอแนะทางกฎหมายให้มีการกำหนด

นโยบายด้านราคาของผู้ให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์มีความชัดเจน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้นโยบายมีความน่าเชื่อถือ ตลอดจนช่วยให้การแก้ไขปัญหาในปัจจุบันมีประสิทธิผลสูงสุด รวมถึงการสร้างเวทีให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือเพื่อหาทางออกร่วมกันก่อนบังคับใช้กฎหมาย 

3) แม้รัฐบาลหลายประเทศมีแนวคิดในการจัดตั้งสายการเดินเรือเพื่อขับเคลื่อนนโยบายในการลดต้นทุนการขนส่ง เพิ่มปริมาณระวางขนส่ง ลดการขาดดุลค่าระวางเรือ และเสริมศักยภาพการแข่งขันให้กับกองเรือของประเทศตน อย่างไรก็ตามควรคำนึงถึงสภาพการแข่งขันที่รุนแรงของสายเรือที่มุ่งเน้นการสร้างเส้นทางให้บริการที่ครอบคลุมและเชื่อมโยงท่าเรือและเส้นทางการค้าหลักและรองทั่วโลก และมุ่งลดต้นทุนด้วยการประหยัดต่อขนาดการขนส่งซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับเรือขนาดเล็กที่มีเงินทุนจำกัดในการลงทุนเพื่อตอบสนองเรื่องดังกล่าว และสถานการณ์ในระยะยาวของตลาดขนส่ง

สินค้าทางทะเลซึ่งอาจกลับเข้าสู่วัฏจักรขาลงในอนาคตอันอาจทำให้การลงทุนไม่ประสบความสำเร็จและกลายเป็นหนี้สินของประเทศ 

4) แต่ละประเทศควรยกระดับการจัดการระบบข้อมูลตู้สินค้าเข้าออกรายวันอย่างใกล้ชิดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาปริมาณตู้สินค้าขาดแคลน และ 

5) แต่ละประเทศต้องเร่งขับเคลื่อนพัฒนาระบแพลตฟอร์มการค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั้งระดับประเทศ (National Digital Trade Platform) และระดับภูมิภาค (Regional Digital Trade Platform) ตลอดจนระบบดิจิทัลในอุตสาหกรรมพาณิชยนาวีภายในประเทศ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here