หนังโฆษณา “สัมมากร ไม่ใช่ สรรพากร” กวาด 4 รางวัลใหญ่ระดับเอเชีย Spike Asia 2024 และ ADFEST 2024 ตอกย้ำความสำเร็จภาพลักษณ์ใหม่ ทัชใจ Young Gen - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2567

หนังโฆษณา “สัมมากร ไม่ใช่ สรรพากร” กวาด 4 รางวัลใหญ่ระดับเอเชีย Spike Asia 2024 และ ADFEST 2024 ตอกย้ำความสำเร็จภาพลักษณ์ใหม่ ทัชใจ Young Gen

                                                                               


นับตั้งแต่ สัมมากร เริ่มเดินเกมบุกตลาดอสังหาฯ โฟกัสคนรุ่นใหม่ สื่อสารแบรนดิ้งและภาพลักษณ์ใหม่ ที่ชัดเจน ผ่านกลยุทธ์การสื่อสารต่างๆ โดยเฉพาะหนังโฆษณาชุด “สัมมากร ไม่ใช่ สรรพากร” (Sammakorn not Sanpakorn) ที่สามารถคว้า 4 รางวัลชนะเลิศและรางวัลใหญ่ในเวทีระดับเอเชียจาก Spikes Asia 2024 และ ADFEST 2024 นับว่าเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของการเทิร์น Pain Point มาเป็น Gain Point แก้ใขความเข้าใจผิด พร้อมสร้างการจดจำแบรนด์และภาพลักษณ์ในใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ผ่านการเล่าเรื่องที่เข้าใจง่าย กระชับ 


นายณพน เจนธรรมนกู
กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ผู้เชี่ยวชาญด้าน การพัฒนาโครงการบ้านคุณภาพมากว่า 54 ปี เปิดเผยว่า “ตั้งแต่วันแรกที่สัมมากรเกิดขึ้นในฐานะ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้แนวคิดบ้านที่หลับสบาย บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาบ้านคุณภาพและฟังก์ชั่น ในโครงการให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของกลุ่มลูกค้าบ้านในแต่ละโครงการมาโดยตลอด โดยตั้งแต่ปี 2566 ได้เดินเกมบุกตลาดอสังหาฯ เน้นหนักสื่อสารถึงแบรนดิ้งและภาพลักษณ์ใหม่ของสัมมากรที่มีความแอคทีฟ และทันสมัย รวมทั้งความไฮเอนด์ของโครงการบ้านในเครือ ปฏิวัติภาพจำและความเข้าใจผิดเดิมๆ ของผู้บริโภคอย่างสิ้นเชิง และอีกหนึ่งซัคเซสแฟคเตอร์ที่สำคัญคือสร้างให้แบรนด์มีความเป็นมนุษย์ ที่มีความเรียล จับต้องและเข้าถึงได้ ไปยังกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มเข้มข้นขึ้นในทุกช่องทางสื่อสาร โดยเฉพาะนิวทาร์เก็ตอย่างกลุ่มคนเจนใหม่ที่อายุน้อย ให้ทำความรู้จัก จดจำ ซึมซับดีเอ็นเอ และคาร์แรกเตอร์ ของสัมมากรตั้งแต่เนิ่นๆ โดยโฟกัสคอนเท้นต์และกิจกรรมที่ตรงกับความชอบเป็นคีย์หลักที่ทำให้เข้าถึง คนกลุ่มนี้ จนเกิดเป็นภาพยนตร์โฆษณาชุด “สัมมากร ไม่ใช่ สรรพากร” (Sammakorn not Sanpakorn) และงาน Home Fill-in Exhibition by Sammakorn X Eyedropper Fill ขึ้น ซึ่งได้รับการตอบรับจากลุ่มเป้าหมาย เกิดคาด ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความสำเร็จของกลยุทธ์ที่กำลังทำอยู่

ล่าสุดภาพยนตร์โฆษณาชุด “สัมมากร ไม่ใช่ สรรพากร” ที่เกิดขึ้นจาก แนวคิดการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส โดยนำ Pain point จากเรื่องจริงที่ทีมเซลล์ขายบ้านของสัมมากรได้เจอมากับตัว และมาขอระบายกับผู้บริหารองค์กร ถึงความเข้าใจผิดเรื่องชื่อบริษัทของลูกค้าและพร้อมทำทุกวิถีทาง ให้ลูกค้าจำว่าสัมมากรขายบ้าน และไม่ใช่สรรพากรให้ได้ ด้วยความร่วมมือและสร้างสรรค์โดย ชูใจ กะ กัลยาณมิตร และ Phenomena โดยคว้า 2 รางวัลในหมวด Film ได้แก่ Grand Prix ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดในหมวดย่อย Consumer Services / Business to Business และรางวัล Silver Spike ในหมวดย่อย Branded Content & Entertainment Film จาก Spikes Asia 2024

 

 

 

ส่วนเวที ADFEST 2024 ได้รับ 2 รางวัล Grande ในหมวด Film หมวดย่อย Online File : Finance & Real Estate และอีกรางวัลในหมวด Entertainment ในหมวดย่อย Fiction & Non-Fiction Film : Up to 5 minutes

”สัมมากรรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณาชุด “สัมมากร ไม่ใช่ สรรพากร” จนคว้ารางวัลสูงสุด และรางวัลใหญ่ในระดับภูมิภาคเอเชียมาครองได้ถึง 4 รางวัล ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จของแคมเปญในการเทิร์น Pain Point จากประสบการณ์จริงของทีมขายบ้าน สัมมากร พลิกมาเป็น Gain Point ที่แก้ใขความเข้าใจผิด พร้อมสร้างการจดจำแบรนด์และภาพลักษณ์ในใจ ผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ผ่านการเล่าเรื่องที่เข้าใจง่าย กระชับ ไม่ซับซ้อน ทำให้สร้าง Organic Engagement ได้สูงขึ้น รวมทั้งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากกลุ่มลูกค้าและผู้ที่สนใจในวงกว้าง ซึ่งถือว่าหนังโฆษณา เรื่องนี้ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งไว้ทุกข้อ ต่อจากนี้อยากให้ติดตาม แคมเปญใหม่ๆ ของสัมมากรที่จะมาสร้างความสนุก และสีสันใหม่ๆ ให้กับวงการอสังหาต่อไป” นายณพน กล่าว


นายไพรัช เอื้อผดุงเลิศ
ผู้ก่อตั้ง ชูใจ กะ กัลยาณมิตร กล่าวว่า ทั้งเวที Spikes Asia 2024 และ ADFEST 2024 ถือเป็นเวทีที่ยิ่งใหญ่และทรงเกียรติมาก เทียบได้กับรางวัลออสการ์ ฝั่งเอเชียของคนโฆษณา ซึ่งความสำเร็จ ในครั้งนี้ต้องชื่นชมความกล้าของสัมมากรที่ยอมรับและนำเสนอ Pain point นี้ออกมา ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงออก ถึงความเป็นมนุษย์จริงๆ ที่มีบางมุมที่ไม่สมบูรณ์แบบบ้าง ทำให้คนดูเชื่อและเข้าใจ ถึงสิ่งที่ต้องการจะสื่อสาร ผ่านโฆษณาชิ้นนี้ ประกอบกับการนำเสนอแบบ Bully For Good คือการที่แบรนด์ ออกมาแซวตัวเอง ซึ่งไม่ค่อยมีใครทำในแนวนี้เท่าไหร่ ทำให้เกิดงานที่อิมแพคและสร้างอารมณ์ขันให้กับคนที่ได้ดู ซึ่งรางวัลทั้งหมด ที่ได้รับจากทั้ง 2 เวทีใหญ่ในระดับเอเชียเป็นเครื่องการันตี ความทุ่มเทของทุกฝ่ายที่ทำให้เกิด งานชิ้นนี้ขึ้นมา

 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad