YLG แนะนักลงทุนปรับกลยุทธ์รับมือส่วนต่างซื้อ-ขายทองแท่งเพิ่มเป็น300บ. พักแผนเทรดรายวันสู่การลงทุนรายสัปดาห์เพิ่มโอกาสทำกำไรมากกว่า - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2563

YLG แนะนักลงทุนปรับกลยุทธ์รับมือส่วนต่างซื้อ-ขายทองแท่งเพิ่มเป็น300บ. พักแผนเทรดรายวันสู่การลงทุนรายสัปดาห์เพิ่มโอกาสทำกำไรมากกว่า

วายแอลจี วิเคราะห์ประเด็นส่วนต่างการซื้อ-ขายทองคำแท่งเพิ่มเป็น 300 บาท จากเดิมอยู่ที่ 100 บาทเป็นไปตามส่วนต่างราคาทองคำแท่งในตลาดโลกที่กว้างขึ้น หลังจากโรงงานสะกัดทองคำในสวิตเซอร์แลนด์ระงับการผลิตชั่วคราวจากผลกระทบ COVID – 19 ส่งผลนักลงทุนถือสถานะขายทำการปิดสถานะพร้อมกับทำการซื้อคืนเหตุกังวลไม่มีทองคำส่งมอบตามกำหนด แนะนักลงทุนในประเทศปรับกลยุทธ์การลงทุนเป็นถือยาวมากขึ้นรอส่วนต่างที่เหมาะสมก่อนขายทำกำไร ปรับจากเดิมทำกำไรระหว่างวันเป็นการลงทุนระยะสัปดาห์ ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยแนะนำชะลอการลงทุน สำหรับนักลงทุนระยะกลางระยะยาวจับจังหวะหากราคาไม่หลุด 1,554 ดอลลาร์ต่อออนซ์หาจังหวะเก็บเพื่อรอขายตอนดีดกลับทดสอบแนวต้านโซน 1,671-1,703 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งรายใหญ่ของไทยเปิดเผยว่า เปิดเผยว่าจากที่สมาคมค้าทองคำได้ประกาศการกำหนดราคาทองคำแท่งขายออก และราคาทองคำแท่งรับซื้อคืนมีส่วนต่าง 300 บาท จากเดิมอยู่ที่ 100 บาท เพื่อให้การซื้อขายทองคำภายในประเทศ ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID – 19 ที่ทำห่วงโซ่อุปทานทองคำทั่วโลกหยุดชะงัก  เนื่องจากจากการระบาดของ COVID-19 นั้นส่งผลให้เที่ยวบินระหว่างประเทศถูกยกเลิก  จึงกระทบกับการขนส่งทองคำ ไม่เพียงเท่านั้นโรงสกัดทองรายใหญ่ที่อยู่ในเมืองทิซิโน ของสวิสเซอร์แลนด์ซึ่งอยู่ใกล้พรมแดนอิตาลี ที่ผลิตทองคำราว 1,500 ตันต่อปี หรือ คิดเป็น ใน ของปริมาณการผลิตทั่วโลก ถูกสั่งระงับการผลิตชั่วคราวเพื่อยับยั้งการระบาด COVID-19  ไปถึงวันที่ 29 มี.ค. และ เม.ย. ดังนั้นจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ค้าทองคำ,ซัพพลายเออร์ และผู้ผลิตที่ถือสถานะขาย(Shortในสัญญาฟิวเจอร์สทองคำตลาด COMEX เกิดความวิตกว่าอาจจะไม่สามารถส่งมอบทองคำตามกำหนดได้  จึงเกิดการปิดสถานะขายด้วยการทำธุรกรรมฝั่งตรงข้าม คือ การซื้อคืน  จึงเป็นที่มาที่ทำให้ส่วนต่างระหว่าง สัญญาฟิวเจอร์สทองคำตลาด COMEX กับ Gold Spot  กว้างมากขึ้น 
ขณะที่มาตรการ Lockdown ในประเทศกระทบการกำหนดราคาในตลาดทอง OTC ลอนดอน  พร้อมกันนี้ความเสี่ยงจากการขนส่งทองคำ  ความเสี่ยงจากการนำเข้า-ส่งออก  และความเสี่ยงอันเนื่องมาจากการระงับการผลิตชั่วคราวของโรงสกัดทองส่งผลให้ส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย ของราคาทองคำแห่งในตลาดโลกกว้างมากกว่า 20 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ดังนั้น  เมื่อส่วนต่างการซื้อขายของราคาทองคำในตลาดโลกเพื่อสูงขึ้น  ย่อมส่งผลให้ส่วนต่างราคาซื้อขายของราคาทองคำในประเทศเพิ่มมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้   
อย่างไรก็ตามส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้น  ย่อมจะเป็นอุปสรรคสำหรับนักลงทุนระยะสั้นที่จะเผชิญปัญหา  เมื่อซื้อแล้วต้องรอการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำมากยิ่งขึ้นจึงจะสามารถขายทำกำไรได้  ตามปกติแล้วหากค่าเงินบาทคงที่ เมื่อราคาทองคำในตลาดโลกขยับขึ้น-ลง 1 ดอลลาร์ต่อออนซ์  จะส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศขยับขึ้น-ลงประมาณ 10-15 บาทต่อบาททองคำ  กรณีปัจจุบันส่วนต่างเพิ่มขึ้นจาก 100 บาทเป็น 300 บาท  นั่นเท่ากับว่านักลงทุนต้องรอให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมากถึง 20-30 ดอลลาร์ต่อออนซ์จึงจะสามารถขายทำกำไรได้ ดังนั้น  YLG จึงแนะนำปรับระยะของการลงทุน  อาทิเช่น  จากเดิมหากเป็นนักลงทุนทำกำไรระหว่างวัน อาจปรับเป้าหมายการลงทุนเป็นระยะสัปดาห์ แต่หากนักลงทุนรับความเสี่ยงได้น้อยแนะนำรอสถานการณ์ทองคำในตลาดโลกกลับสู่สภาวะปกติ  แล้วจึงกลับเข้ามาลงทุนในตลาดทองคำอีกครั้ง  สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้มาก  รวมไปถึงนักลงทุนระยะกลางและระยะยาว  แนะนำรอจังหวะการอ่อนตัวของราคาแล้วจึงเข้าซื้อสะสม  เนื่องจากมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมที่อาจส่งผลหนุนราคาทองคำในปีนี้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกซึ่งจะสร้างแวดล้อมที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำถึงติดลบ  ทำให้ต้นทุนการถือครองทองคำอยู่ในระดับต่ำ  นอกจากนี้การอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในปริมาณมหาศาลอาจกระตุ้นความวิตกเกี่ยวกับ ภาวะเงินเฟ้อ พร้อมกันนี้เงินสกุลต่างๆยังมีแนวโน้มอ่อนค่า โดยเฉพาะสกุลเงินดอลลาร์อาจมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอีกด้วย   
“เบื้องต้นหากเกิดแรงขายในตลาดทองคำ  แต่หากราคาไม่หลุดโซนแนวรับ 1,554 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่าเป็นการอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง ทั้งนี้ นักลงทุนอาจพิจารณาเข้าซื้อบริเวณดังกล่าวเพื่อหวังทำกำไรจากการดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านโซน 1,671-1,703 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ที่สำคัญ  คือ  นักลงทุนจัดสรรเงินทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงและเงินทุนของตนเอง  ที่สำคัญคือต้องมีวินัยในการลงทุน  ซึ่งจะทำให้นักลงทุนสามารถลงทุนทองคำได้อย่างประสบความสำเร็จนยามที่ตลาดทองคำทั่วโลกเผชิญความท้าทายในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” นางพวรรณ์ กล่าว
นักลงทุนสามารถปรึกษาด้านการลงทุนทองคำกับ YLG ได้ทางโทรศัพท์ 02-687-9888  รวมถึงสามารถติดตามบทวิเคราะห์  อัพเดทข่าวสารที่ส่งผลต่อราคาทองคำ  ข่าวโปรโมชั่น  สัมมนา  และข่าวประชาสัมพันธ์ของ YLG ผ่านทางหลากหลายช่องทาง  อาทิ   www.ylgbullion.co.th และ https://www.facebook.com/YLGGroup

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here