3เอ็ม เผยผลสำรวจ โควิด-19 ส่งผลกระทบในหลายมิติ พร้อมเสนอแนวทางการใช้ชีวิตในอนาคต - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565

3เอ็ม เผยผลสำรวจ โควิด-19 ส่งผลกระทบในหลายมิติ พร้อมเสนอแนวทางการใช้ชีวิตในอนาคต

 



โดย จิม ฟาลเทอเสค รองประธานอาวุโส ฝ่ายกิจการองค์กร 3เอ็ม ภูมิภาคเอเชีย และกรรมการผู้จัดการ 3เอ็ม ประเทศเกาหลี

 

    

3เอ็ม ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนมาอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่าง ใน 11 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส บราซิล จีน เม็กซิโก แคนาดา ญี่ปุ่น เยอรมนี สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา อินเดีย และเกาหลีใต้ จำนวน 22,000 คน ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าผลกระทบของโรคระบาด ก่อให้เกิดกระบวนทัศน์ใหม่ หรือกรอบความคิดในการดำเนินชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปอย่างถาวร จากผลสำรวจทั่วโลก ทำให้พบความเปลี่ยนแปลงด้านความคิดของคนส่วนใหญ่ ดังนี้

1.ผู้คนเกิดความตื่นตัว และใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้พบว่า 76% ของผู้คนทั่วโลกมีมุมมองด้านสุขภาพที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยเห็นพ้องต้องกันว่าการแพร่ระบาดครั้งใหญ่นี้ ส่งผลให้พวกเขาหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น และจากการสำรวจความคิดเห็นของคนไทยผ่านแบบสอบถาม จำนวน 1,025 คน พบว่า กว่า 90% ของคนไทยส่วนใหญ่ต้องการมีสุขภาพที่ดีขึ้น โดยแบ่งเป็น 64% เลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น และอีก 58% เลือกการออกกำลังการเข้ามาในกิจวัตรประจำวัน ขณะเดียวกันการแพร่ระบาดยังส่งผลกระทบต่อแนวคิดเกี่ยวกับการใช้พื้นที่สาธารณะ มากถึง 77% โดยเห็นว่าพื้นที่สาธารณะจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งรวมไปถึง ออฟฟิศ สำนักงานต่างๆ ทั้งในเรื่องแนวคิดการออกแบบภายใน ที่ต้องการสร้างสรรค์พื้นที่ เพื่อสร้างความกระตือรือร้นต่อพนักงาน ในขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขอนามัยให้แก่พนักงานด้วยเช่นกัน

2.การใช้ดิจิทัลหลากหลายด้าน ทั้งในการทำงาน การติดต่อสื่อสาร และชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลายประเทศเข้าสู่สภาวะล็อกดาวน์ ทำให้ระบบการทำงานบนโลกออนไลน์ หรือโลกเสมือนเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกะทันหัน ทำให้เกิดความคิดเห็นที่แตกต่าง โดยผู้คนมากกว่า 64% ชอบการทำงานที่บ้านและยินดีที่จะลองใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ระบบบ้านที่ยั่งยืน การใช้พลังงานหมุนเวียน และยานพาหนะไฟฟ้าทั้งหมด แต่ยังมีอีกกลุ่มเลือกที่จะลดบทบาทการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ผลสำรวจยังพบว่ากว่า 77% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและครอบครัวได้ดีกว่าเมื่อใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มออนไลน์ ขณะเดียวกันผู้คน 7 ใน 10 คน ชื่นชอบงานอดิเรกที่ช่วยให้พวกเขาสามารถพักการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของตนได้ และอีก 75% เห็นว่าการใช้เวลาอยู่หน้าจอมากเกินไป ส่งผลต่อปัญหาด้านสุขภาพที่ควรได้รับการแก้ไข



3.การเข้าใกล้โลกอนาคตแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

โลกอนาคตของการใช้ชีวิตร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI-infused future) ได้เริ่มขึ้นแล้ว ผู้คนกว่า 63% ทั่วโลกเชื่อว่าความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ล้ำสมัย เช่น ยานยนต์ไร้คนขับ จะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราในอีก 10 ปีข้างหน้า และกว่า 55% เต็มใจที่จะใช้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ขณะที่ข้อมูลจากประเทศไทย โดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทย แสดงให้เห็นว่า อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือหุ่นยนต์และอุตสาหกรรมดิจิทัล เป็นภาคส่วนสำคัญในยุทธศาสตร์ระดับชาติของรัฐบาลหรือThailand 4.0 ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อส่งเสริมการใช้หุ่นยนต์อุตสาหกรรมในประเทศ เพื่อยกระดับการพัฒนาและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเน้นที่เทคโนโลยีขั้นสูงและการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน



ในส่วนของ 3เอ็ม ได้มีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาสนับสนุนธุรกิจในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับสังคม ตั้งแต่การวิเคราะห์บันทึกสำหรับการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพและประหยัดที่สุด ไปจนถึงการใช้ข้อมูลถนน อาคาร และสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยของพนักงานและอุปกรณ์ ในเวลาจริง ในระดับโลก เราใช้อัลกอริทึม (Algorithm) ขั้นสูงเพื่อปรับปรุงห่วงโซ่อุปทาน พัฒนาคุณภาพของการผลิต รวมถึงช่วยจัดหาโซลูชั่นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น



4.ความยั่งยืน ซึ่งไม่ใช่แค่ความต้องการของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความคาดหวังของทุกคน

การพัฒนาอย่างยั่งยืน ยังคงเป็นหัวข้อที่เราเรียกร้องให้ภาคธุรกิจต่างๆ หาแนวทางอย่างต่อเนื่อง โดย 3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลก ต้องการความโปร่งใสจากแบรนด์ธุรกิจต่างๆ ที่ให้คำมั่นสัญญาในเรื่องนี้ ควรให้ความสำคัญกับการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง แทนที่จะเป็นเพียงจุดขายทางการตลาดเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม แค่การตอบรับของผู้คนทั่วไป ไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้เร็วมากพอ เพราะผู้คนทั่วโลกส่วนใหญ่ 73% ยินดีที่จะปรับเปลี่ยนมาใช้นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน แต่คนส่วนมากกลับเห็นว่า แนวคิดการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนจะไม่ถูกให้ความสำคัญในระยะเวลาอันใกล้ ยิ่งไปกว่านั้นผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 40% ยังรู้สึกว่าพลังงานหมุนเวียนไม่สามารถกลายเป็นพลังงานหลักในเมืองของพวกเขาได้ภายในทศวรรษหน้า



“ 3เอ็ม ตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และมีความมุ่งมั่นในการไปถึงเป้าหมายสูงสุดนั่นคือการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ปี 2562 เราได้นำความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมมาคิดค้นและพัฒนาขั้นตอนการผลิตที่ทันสมัย สามารถลดการใช้วัสดุในการผลิตลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เรากำลังศึกษาหาแนวทางในการลดรูปแบบการปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคแบบดั้งเดิม ซึ่งมักจะก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง เพื่อช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ”



อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะสร้างผลดีหรือผลเสีย แต่การเกิดขึ้นของโรคระบาดในครั้งนี้ก็ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตพื้นฐานของผู้คนอย่างถาวร ทั้งการปฏิสัมพันธ์ รวมถึงรูปแบบการทำงาน และแม้ว่ากระบวนทัศน์ใหม่นี้จะเป็นความท้าทาย แต่ถือเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ สำหรับนวัตกรรมในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการออกแบบ เพื่อสนับสนุนแนวทางที่แตกต่างออกไป ซึ่งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรต่างๆ และผู้มีส่วนร่วม จะต้องเตรียมแผนดำเนินงานให้ทันถ่วงที เพื่อปรับตัวและค้นหาวิธีเพื่อใช้ประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลงที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา



เกี่ยวกับ 3เอ็ม

ที่ 3เอ็ม เราประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ภายใต้แนวทางแห่งความร่วมมือ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประจำวัน ไปพร้อมกับการเชื่อมโยงพนักงานของเราเข้ากับลูกค้าทั่วโลก เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันที่สร้างสรรค์ของ 3เอ็ม สำหรับความท้าทายระดับโลกได้ที่ www.3M.com หรือบน Twitter @3M หรือ @3MNews

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here