ผถห.CHOW ไฟเขียวขายโรงไฟฟ้าญี่ปุ่น 64.21 MW กด D/E วูบหนุนสภาพคล่องล้นพร้อมลุยธุรกิจพลังงานเต็มตัว - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2564

ผถห.CHOW ไฟเขียวขายโรงไฟฟ้าญี่ปุ่น 64.21 MW กด D/E วูบหนุนสภาพคล่องล้นพร้อมลุยธุรกิจพลังงานเต็มตัว

 


ผู้ถือหุ้น CHOW ไฟเขียวขายโครงการ Solar Farm ญี่ปุ่น 9 โครงการ กำลังผลิตรวม 64.21 เมกะวัตต์ มูลค่ากว่า 4 พันล้านบาท ตามมติบอร์ด เปิดทางขยายธุรกิจพลังงานทดแทนต่อเนื่อง ทั้งในออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และประเทศไทย เผยหลังชำระคืนหนี้ กด D/E วูบช่วยเสริมฐานะการเงินแข็งแกร่ง รองรับโอกาสทางธุรกิจที่สดใสในอนาคต  

            นายอนาวิล จิรธรรมศิริ  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชนหรือ CHOW ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กแท่งยาว (Steel Billet) รายใหญ่ของประเทศ และธุรกิจพลังงานโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) ผ่านบริษัท เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)  บริษัทย่อย   กล่าวว่าที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2564 มีมติอนุมัติให้บริษัทย่อยจำหน่ายโครงการโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น จำนวน  โครงการ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 64.21 เมกะวัตต์ คิดเป็นมูลค่ารายการทั้งหมดไม่น้อยกว่า 14,000 ล้านเยน หรือเท่ากับ 4,114 ล้านบาทให้กับกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในประเทศญี่ปุ่น ตามที่คณะกรรมการเสนอ เนื่องจากเห็นว่าจะเกิดประโยชน์กับบริษัทฯ อย่างแท้จริง ช่วยให้อัตราหนี้สินต่อทุน (D/Eลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้บริษัทฯมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง มีศักยภาพเพียงพอต่อการลงทุนพัฒนาโครงการต่างๆ ในอนาคตได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

               สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นทั้ง 9 โครงการประกอบด้วยโครงการอิวากิ ขนาด  26.68 เมกะวัตต์  โครงการ ฮามาดะ ขนาด 11.00 เมกะวัตต์  โครงการฮามาดะ ขนาด 12.00 เมกะวัตต์  โครงการอาโอโมริ ขนาด 7.21 เมกะวัตต์  โครงการนิฮอนมัตสึ ขนาด 1.48 เมกะวัตต์   โครงการโกเรียว  ขนาด 1.50 เมกะวัตต์  โครงการชิบูชิ  ขนาด  1.00 เมกะวัตต์ โครงการโนกาตะ ขนาด 1.11 เมกะวัตต์ และโครงการไซโตะ ขนาด 2.23 เมกะวัตต์

              “ผู้ถือหุ้นมีมติเห็นชอบกับการขายโครงการโรงไฟฟ้าทั้ง 9 โครงการในครั้งนี้  เนื่องจากทำให้ บริษัทฯ รับรู้มูลค่าของโครงการได้ทันทีโดยที่ไม่จำเป็นต้องรอกระแสเงินสดจากการขายไฟตลอดอายุการดำนิงาน  สามารถนำเงินทุนไปพัฒนาโครงการอื่นๆ ที่มีศักยภาพต่อไปในอนาคต รวมทั้งชำระคืนหนี้สินที่มีดอกเบี้ย ซึ่งจะช่วยปรับปรุงฐานะการเงินให้ดีขึ้น  เนื่องจากการขายโครงการในครั้งนี้จะทำให้หนี้สินที่มีดอกเบี้ลดลงทันที 7,469.7 ล้านบาท  โดยจำนวน 5,605.5 ล้านบาทเป็นสินเชื่อโครงการ (Project Finance) และชำระคืนเงินกู้ให้กับสถาบันการเงินจำนวน 1,864.2 ล้านบาท  สะท้อนให้อัตราหนี้สินต่อทุน (D/Eลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้บริษัทฯมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง มีศักยภาพเพียงพอต่อการลงทุนพัฒนาโครงการต่างๆ ในอนาคตได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น” นายอนาวิล กล่าว


              ประกอบกับการขายโครงการโรงไฟฟ้าทั้ง 9 โครงการในครั้งนี้ สามารถสร้างผลกำไรจากการลงทุน เนื่องจากปัจจุบันโครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนได้รับความสนใจจากผู้ประกอบธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก  ทำให้บริษัทฯ สามารถนำกระแสเงินสดที่ได้จากการขายสินทรัพย์ดังกล่าวไปเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในโครงการอื่น โดยเฉพาะในประเทศออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และในประเทศไทย ซึ่งในปี 2564 บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายขยายธุรกิจพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ธุรกิจพลังงานของบริษัทฯ เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ 

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here