ซัมซุง ร่วมมือ เออาร์วี ผลักดัน Digital Transformation สู่วงการเกษตรกรรมไทย ร่วมสนับสนุนสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ชูโซลูชันและโดรนอัจฉริยะฉีดพ่นแปลงเกษตร - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2564

ซัมซุง ร่วมมือ เออาร์วี ผลักดัน Digital Transformation สู่วงการเกษตรกรรมไทย ร่วมสนับสนุนสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ชูโซลูชันและโดรนอัจฉริยะฉีดพ่นแปลงเกษตร

 


กรุงเทพฯ (27 กันยายน 2564 ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศเกษตรกรรมมาอย่างยาวนาน และสินค้าเกษตรยังคงเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญมาจนถึงปัจจุบัน ในขณะเดียวกันโลกก็กำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลในทุกมิติ อุตสาหกรรมการเกษตรจึงจำเป็นต้องปรับตัวไปสู่การเกษตรสมัยใหม่หรือที่เรียกกันว่า AgriTech โดยการนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิตและการจัดสรรทรัพยากร รวมถึงยังใช้เพื่อทำการวิเคราะห์และคาดการณ์ผลผลิตจากการเก็บข้อมูลล่วงหน้า ผ่านเทคโนโลยีหลักอย่าง IoT และ Big Data เพื่อให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้อย่างแม่นยำเพิ่มขึ้น

 

ทั้งนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า ในช่วง 3  5 ปีข้างหน้า AgriTech จะเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมการเกษตรในประเทศไทยมากขึ้น เนื่องจากราคาเทคโนโลยีที่ถูกลงและความรู้ด้านเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ AgriTech เข้าถึงผู้ใช้ทุกระดับตั้งแต่เกษตรกรรุ่นใหม่ สตาร์ทอัพ ไปจนถึงบริษัทขนาดใหญ่ ดังนั้น ในระยะแรกจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานเพื่อสร้างการรับรู้พร้อมขับเคลื่อนให้เกิดการประยุกต์เทคโนโลยีกับการเกษตรได้โดยเร็ว

                                                                      


ด้วยเหตุนี้ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ในฐานะผู้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ เออาร์วี เพื่อสนับสนุนสมาร์ทดีไวซ์ ประกอบด้วย แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน เพื่อใช้ควบคู่ไปกับโซลูชันการเกษตรอัจฉริยะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผ่านการใช้เทคโนโลยีโดรน ภาพถ่ายดาวเทียม และการบริหารจัดการพื้นที่สีเขียว พร้อมผลักดันให้เกิด Digital Transformation ในวงการเกษตรกรรมไทย

 




 

Varuna กับภารกิจยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยด้วย AgriTech

Varuna แพลตฟอร์มการเกษตรแบบองค์รวมโดยบริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด ซึ่งมีภารกิจหลักในการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยด้วยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ (AgriTech) ที่เปลี่ยนการทำเกษตรให้สะดวก สบาย ปลอดภัย ประหยัด และคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนค่าปุ๋ยได้ถึง 20% และเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านการใช้โซลูชันครบวงจร ทั้งเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน การวิเคราะห์ระบบข้อมูลข่าวสารที่เชื่อมโยงกับค่าพิกัดภูมิศาสตร์ (GIS Satellite Analytics) เเละแพลตฟอร์มการให้บริการในด้านต่างๆ (Service Platform) โดยโครงการ Smart Farmer Pilot ได้มีการนำ “เจ้าเอี้ยง” โดรนอัจฉริยะสำหรับการฉีดพ่นปุ๋ยในแปลงเกษตร ร่วมกับโซลูชันต่างๆ พร้อมนำร่องโครงการฯ ที่ไร่แสนสุขคาเฟ่ จ.ปทุมธานี เพื่อแนะนำให้เกษตรกรได้รู้จักและทดลองใช้โซลูชันเหล่านี้กับนาข้าวในระยะเวลา เดือน ตั้งแต่ พฤษภาคม จนถึง กันยายน และขยายผลสู่กิจกรรมฝึกอบรมการใช้งานและควบคุมโดรนสำหรับฉีดพ่นปุ๋ยในแปลงเกษตรไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ

 

นายธนา สราญเวทย์พันธุ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า โครงการ ARV x Samsung CSR Collaboration Project เป็นโครงการร่วมกับบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด โดยดำเนินกิจกรรมนำร่องเกี่ยวกับการให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมกับกลุ่มเกษตรกร พร้อมส่งเสริมการพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีสำหรับจัดการธุรกิจตามแนวคิดเกษตรอัจฉริยะ หรือ Smart Farming ผ่านการใช้เทคโนโลยีของหน่วยธุรกิจในเครือเออาร์วี  ที่ชื่อ “วรุณา  (VARUNA)”  เพื่อยกระดับผลผลิตและการบริหารจัดการแปลงเกษตรให้ตอบสนองความต้องการของเกษตรกร ผ่านการใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ซึ่งมีจุดเด่นทั้งในด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การฉีดพ่นปุ๋ยน้ำที่มีความแม่นยำและทั่วถึง ตลอดจนสามารถเก็บข้อมูลจากพื้นที่ผ่านภาพถ่ายเพื่อนำมาวิเคราะห์แผนในการปรับปรุงการเพาะปลูกได้ ควบคู่กับการใช้แอปพลิเคชัน “VARUN” ซึ่งเป็นแอปฯ ที่เกษตรกรสามารถบันทึกข้อมูล กิจกรรม ติดตามสุขภาพพืช และประเมินผลผลิตได้ด้วยตัวเอง โดยนำร่องในพื้นที่ไร่แสนสุขคาเฟ่ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี บนพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวจำนวน 33 ไร่

 



ทั้งนี้ เออาร์วี ได้เล็งเห็นพาร์ทเนอร์อย่าง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำทางด้านสมาร์ทดีไวซ์บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่ได้รับการยอมรับถึงประสิทธิภาพการใช้งานจากผู้ใช้งานจริง สอดคล้องกับการที่ปัจจุบัน แอปพลิเคชันของเออาร์วีทั้งหมดได้พัฒนาขึ้นบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เราจึงมีความตั้งใจที่จะนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากทั้งสองฝ่ายมาผนึกกำลังกันเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นี้ เพื่อสร้างมิติใหม่ด้านเทคโนโลยีเพื่อการเกษตร ส่งเสริมศักยภาพเกษตรกรไทย และสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมเกษตรกรรมของไทย

 




 

Internet of Things อนาคตใหม่ของเทคโนโลยีการเกษตร

ปัจจุบันเทคโนโลยี IoT ในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตไม่ได้หยุดอยู่แค่การใช้งานเพื่อเชื่อมต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์การเกษตรเพื่อควบคุม สั่งการ ทำกิจกรรมต่างๆ  ตลอดจนการเก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการวิเคราะห์และพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรได้เช่นกัน ซึ่งซัมซุงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการทำเกษตรยุคใหม่ผ่านนวัตกรรมบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ จึงได้สนับสนุนสมาร์ทดีไวซ์ทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเพื่อใช้งานควบคู่กับโชลูชันของ Varuna ในการช่วยควบคุมโดรนอัจฉริยะ การเก็บภาพและข้อมูลการฉีดพ่นปุ๋ยในแปลงเกษตร ตลอดจนการใช้งานแอปพลิเคชันในการบริหารจัดการและติดตามกิจกรรมบนแปลงเกษตรให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นผ่านเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของซัมซุง

 

ปารมี ทองเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “หนึ่งในพันธกิจของซัมซุงคือการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดพร้อมสร้างการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมโลกให้ดีกว่าเดิม การร่วมมือกับทางเออาร์วีในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของซัมซุงที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของเกษตกรไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ และแสดงให้เห็นว่าสมาร์ทดีไวซ์อย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตไม่ได้เป็นเพียงแค่อุปกรณ์การสื่อสารเท่านั้น แต่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้อย่างหลากหลายตามความต้องการและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อย่างแท้จริง”

 


 

 

แก้ Pain Point ของเกษตรกรได้อย่างตรงจุดด้วยเทคโนโลยี

นวิมล อัดทอง เจ้าของไร่แสนสุขคาเฟ่ จ.ปทุมธานี กล่าวว่า “หลังจากได้ทดลองใช้โซลูชันของ Varuna ในการใช้โดรนช่วยฉีดพ่นปุ๋ยในแปลงนาทำให้ต้นข้าวมีคุณภาพขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากกระจายปุ๋ยได้ทั่วถึงทั้งแปลงนา ต้นข้าวจึงได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังประหยัดต้นทุนทั้งวัตถุดิบและแรงงาน เพราะสามารถคำนวณปริมาณปุ๋ยที่ต้องใช้ต่อพื้นที่ได้ทันที โดยใช้คนบังคับโดรนแค่ 1 – 2 คน เท่านั้นก็สามารถฉีดพ่นได้ครอบคลุมถึง 40 – 50 ไร่ รวมถึงยังช่วยลดปัญหาสุขภาพของแรงงาน ไม่ต้องเสี่ยงรับสารเคมีโดยตรงหรือสะพายถังน้ำยาพ่นตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังสามารถติดตามการเจริญเติบโตและสุขภาพพืชด้วย NDVI ผ่านเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมบนแอปพลิเคชัน VARUN ได้อีกด้วย เมื่อแปลงข้าวมีปัญหาก็สามารถแก้ไขปัญหาพร้อมควบคุมโรคได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที และด้วยประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตจากซัมซุงช่วยให้ใช้งานโซลูชันนี้ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย”

 



 

ภาคเกษตรกรรมนับว่ามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในฐานะฐานรากที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น เทคโนโลยีจึงเป็นอีกเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยพัฒนาผลผลิตทางการเกษตร สร้างเกษตรกรยุคใหม่ (Smart Farmer) ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรของไทย ตลอดจนช่วยให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศไทย (GDP) เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไปในอนาคต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here