ผถห. TACC อนุมัติปันผล 0.17 บาท/หุ้น ปี 64 ชูกลยุทธ์เพิ่มยอดขายด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ลุยเสิร์ฟเครื่องดื่มใหม่เข้าโถกดในเซเว่นฯ และ All Café พร้อมรับรู้รายได้อัพไซด์ 22 ออนซ์ เต็มปี - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2564

ผถห. TACC อนุมัติปันผล 0.17 บาท/หุ้น ปี 64 ชูกลยุทธ์เพิ่มยอดขายด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ลุยเสิร์ฟเครื่องดื่มใหม่เข้าโถกดในเซเว่นฯ และ All Café พร้อมรับรู้รายได้อัพไซด์ 22 ออนซ์ เต็มปี

 


ผู้ถือหุ้น TACC ไฟเขียวปันผลงวดปี 63 ในอัตรา 0.17 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 เม.ย. กำหนดจ่ายในวันที่ 13 พ.ค.64 ฟากผู้บริหาร “ชัชชวี วัฒนสุข”ชูกลยุทธ์ปี 64 ลุยเพิ่มยอดขายด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่งเครื่องดื่มใหม่บุกโถกดในเซเว่นฯ และ All Café กระตุ้นยอดขายต่อเนื่อง พร้อมรับรู้รายได้อัพไซด์ 22 ออนซ์ เต็มปี แย้มเร็วๆนี้ เตรียมส่งคาแรคเตอร์ใหม่บุกตลาด คาดกระแสแรงไม่แพ้ "Rilakkuma" , "หมาจ๋า" และ “Jay The Rabbit

 

 

นายชัชชวี วัฒนสุข ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) (TACC) เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 มีมติอนุมัติจ่ายปันผลงวดดำเนินงานปี 2563 (1 ม.ค.-31 ธ.ค. 2563) เป็นเงินสด ในอัตรา 0.17 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 เม.ย. กำหนดจ่ายในวันที่ 13 พ.ค.2564

 

“แม้ในปีที่ผ่านรายได้รวมของบริษัทฯจะปรับตัวลงเล็กน้อยจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 แต่ด้วยการบริหารจัดการ และการควบคุมต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กำไรของบริษัทฯเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปี 2563 มีกำไรสุทธิ 188.38  ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เทียบปี 2562 มีกำไรสุทธิ 159.18  ล้านบาท”

 

สำหรับแผนการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทฯยังคงใช้กลยุทธ์การเพิ่มยอดขายด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่งเครื่องดื่มใหม่เข้าโถกดในเซเว่นฯ ,  All Café และเพิ่มขนาดเป็น 22 ออนซ์ ซึ่งเป็นการรับรู้รายได้เต็มปี  โดยได้มีการวางแผนการตลาดร่วมกันกับเซเว่นฯ เพื่อกระตุ้นยอดขาย รวมถึงในช่องทาง Delivery Platform อีกทั้งจะมีการขยายตลาดไปยังกลุ่ม Café Business ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตของปีนี้ โดยตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตประมาณ 10% เทียบปีที่ผ่านมา

 

สำหรับธุรกิจ “คาแรคเตอร์” ในปีนี้ บริษัทฯได้มีคาแรคเตอร์ใหม่ “Jay The Rabbit” จับกลุ่มคนโสด และกลุ่มออฟฟิศ ที่มีกำลังซื้อเป็นจำนวนมาก อีกทั้งมีความแตกต่างจากคาแรคเตอร์ที่บริษัทฯมีอยู่ทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าและต่อยอดธุรกิจ ให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคอย่างดีเยี่ยม เช่นเดียวกับคาแรคเตอร์ "Rilakkuma" และ "หมาจ๋า" และในเร็วๆนี้ บริษัทฯเตรียมเปิดตัวคาแรคเตอร์ตัวใหม่ เพื่อกระตุ้นยอดขายในกลุ่มธุรกิจคาแรคเตอร์

 

ประธานกรรมการบริหาร TACC กล่าวอีกว่า ในส่วนของการร่วมลงทุนกับบริษัท ไทยคานาเทค อินโนเวชั่น จำกัด (TCI) ในสัดส่วน 30% ซึ่ง TCI มี MOA กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) ในการทำกัญชาทางการแพทย์และกัญชงทั้งต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดย TACC อยู่ระหว่างศึกษาตลาดและความต้องการของผู้บริโภค ในการที่จะผลิตสินค้ากัญชงในครึ่งหลังของปีนี้ เพื่อขยายธุรกิจไปสู่ตลาดสินค้า Health and wellness ที่ใช้สาร CBD เป็นส่วนประกอบ ซึ่งบริษัทฯมีความพร้อมทั้งในแง่ของทีมงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทีมงานการตลาด และมีหลายช่องทางในการจัดจำหน่าย เชื่อว่าหลังเปิดตัวโปรดักส์กัญชง จะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคอย่างดีเยี่ยม

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here