TPCH ส่งซิกผลงานไตรมาส 3/63 โดดเด่น รับรู้รายได้โรงไฟฟ้าชีวมวล 7 แห่ง หนุนรายได้ปีนี้โตเข้าเป้า - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2563

TPCH ส่งซิกผลงานไตรมาส 3/63 โดดเด่น รับรู้รายได้โรงไฟฟ้าชีวมวล 7 แห่ง หนุนรายได้ปีนี้โตเข้าเป้า

 


TPCH ประเมินผลงานไตรมาส 3/2563 แจ่ม อานิสงส์รับรู้รายได้โรงไฟฟ้าชีวมวลเดิมจำนวน แห่ง กำลังการผลิตรวม 83 เมกะวัตต์ เดินหน้าประมูลโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก หลังรัฐบาลเปิดให้ยื่นประมูล ฟาก “กนกทิพย์ จันทร์พลังศรี” บิ๊กบอส มั่นใจปี 2563 มีกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าชีวมวลแตะ 109 เมกะวัตต์ หนุนรายได้เติบโตตามเป้าหมาย

 

นางกนกทิพย์ จันทร์พลังศรี ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจผลิต และจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เปิดเผยว่า แนวโน้มการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 3/2563 คาดว่าจะมีการเติบโตที่ดี เนื่องจาก บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้จากการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงไฟฟ้า    ชีวมวลเดิม จำนวน แห่ง ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าชีวมวลช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ (CRB) ,โรงไฟฟ้าชีวมวลแม่วงศ์ เอ็นเนอยี่ (MWE),โรงไฟฟ้าชีวมวลมหาชัย กรีน เพาเวอร์ (MGP) ,โรงไฟฟ้าชีวมวลทุ่งสัง กรีน (TSG ) โรงไฟฟ้าชีวมวล พัทลุง กรีน เพาเวอร์ (PGP) โรงไฟฟ้าชีวมวล สตูล กรีน เพาเวอร์ (SGP) และโรงไฟฟ้าชีวมวล ปัตตานี กรีน เพาเวอร์ (PTG) ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 83 เมกะวัตต์

รวมทั้งบริษัทฯ เตรียมทยอย COD ของโรงไฟฟ้าชีวมวลเพิ่มอีก 3 แห่ง มีขนาดกำลังการผลิตรวม 26 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้า ทีพีซีเอช เพาเวอร์1 (TPCH 1) กำลังการผลิต 10 เมกะวัตต์,โรงไฟฟ้าชีวมวล ทีพีซีเอช เพาเวอร์2 (TPCH 2) กำลังการผลิต 10 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าชีวมวล ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 5 (TPCH 5) กำลังการผลิต 6 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าจะสามารถ COD ภายในปี 2563 ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ มีกำลังการผลิตรวมเพิ่มเป็น 109 เมกะวัตต์

สำหรับผลงานในไตรมาส 3 ของปีนี้ น่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่อง เพราะบริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้จากการ COD โรงไฟฟ้าชีวมวลที่มีอยู่เดิม แห่ง นอกจากนี้ บริษัทฯ จะทยอย COD โรงไฟฟ้าชีวมวล TPCH 5, TPCH 1 และTPCH 2 ตามลำดับ และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19  ทำให้ต้องรอเจ้าหน้าที่วิศวกรจากต่างประเทศเข้ามาตรวจรับโครงการ และต้องรอความชัดเจนจากภาครัฐประกาศนโยบายให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทยได้ ซึ่งบริษัทฯ ก็มีการปรับตัวโดยการใช้ Video Conference ในการทดสอบระบบ  และการใช้รีโมทควบคุมงานภาคปฏิบัติในกระบวนการทำงาน โดยคาดว่าจะสามารถ COD โรงไฟฟ้าชีวมวลตามแผนภายในปีนี้ได้ จะช่วยสนับสนุนให้ผลงานในปีนี้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน”นางกนกทิพย์กล่าว

ประธานคณะกรรมการบริหาร กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายจะมีใบอนุญาตในการขายไฟฟ้า (PPA) ทั้งโรงไฟฟ้าชีวมวล ชีวภาพ และโรงไฟฟ้าขยะ ให้ครบ 250 เมกะวัตต์ แบ่งออกเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล ชีวภาพ 200 เมกะวัตต์ ปัจจุบันมีอยู่แล้ว 110 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าขยะที่ 50 เมกะวัตต์ จากที่มีอยู่ 10 เมกะวัตต์ โดยส่วนหนึ่งจะมาจากการเข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก และโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังมองหาโอกาสการขยายการลงทุนใหม่ๆ เพื่อผลักดันให้รายได้ กำไรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ด้านนายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH  กล่าวว่า บริษัทฯ มีความพร้อมในการเข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก หากรัฐบาลเปิดให้ภาคเอกชนสามารถยื่นเสนอโครงการได้ ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนอยู่ระหว่างการพัฒนาอีกประมาณ 3 โครงการ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 โครงการ และในภาคใต้อีก 1 โครงการ นอกจากนี้ บริษัทฯได้มีการศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง

เรามีความพร้อมในการยื่นเสนอโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนฯ เนื่องจาก บริษัทฯ มีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้า และบริษัทฯ ได้มีการลงพื้นที่เพื่อหารือกับวิสาหกิจชุมชนถึงแผนการดำเนินงานโรงไฟฟ้าชุมชนของ TPCH ส่วนโรงไฟฟ้าขยะชุมชนอยู่ระหว่างการพัฒนา 3 โครงการ และอีก 1 โครงการทางภาคเหนือ กำลังอยู่ในขั้นตอนศึกษาโครงการ โดยมั่นใจว่า ธุรกิจพลังงานทดแทนในประเทศไทย ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก” นายเชิดศักดิ์กล่าว

อนึ่ง ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทฯมีรายได้รวมอยู่ที่ 832.42 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 178.65 ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส 2/63 มีรายได้รวมอยู่ที่ 439.06 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 92.93 ล้านบาท

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรสุทธิสำหรับงวด เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 โดยจ่ายเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.088 บาทต่อหุ้น ซึ่งการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทฯ และได้กำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ กันยายน 2563 ที่ผ่านมา

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here