“บาส-ปอป้อ” ย้ำชัย ครองแชมป์ เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ไฟนอลส์ สร้างประวัติศาสตร์กวาด 3 แชมป์เวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 1000 - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2564

“บาส-ปอป้อ” ย้ำชัย ครองแชมป์ เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ไฟนอลส์ สร้างประวัติศาสตร์กวาด 3 แชมป์เวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 1000

 31 มกราคม 2564 – การแข่งขันแบดมินตันรายการ “เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ไฟนอลส์ 2020” ชิงเงินรางวัลรวม 1,500,000 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 45,150,000 บาท ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ภายใต้มาตรการในรูปแบบนิวนอร์มอล โดยไม่อนุญาตให้แฟนแบดมินตัน และผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในสนามโดยเด็ดขาด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 ม.ค. เป็นการลงสนามแข่งขันวันที่ห้าในรอบชิงชนะเลิศ

           


ประเภทคู่ผสม "บาส" เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ "ปอป้อ" ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่มืออันดับ 3 ของโลก ลงสนามพบกับ โซว ซอนแจ กับ แช ยูจุง คู่มืออันดับ 6 ของโลกจากเกาหลีใต้ สำหรับสถิติในการพบกันของทั้งคู่ก่อนหน้านี้เคยพบกันมาทั้งหมด 10 ครั้ง เป็นทาง เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี ที่ทำผลงานได้เหนือกว่าเก็บชัยชนะไปได้ 6 ครั้ง ล่าสุดในรอบแบ่งกลุ่มในศึก เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ไฟนอลส์ 2020 โซว ซอนแจ กับ แช ยูจุง เป็นฝ่ายเอาชนะมาได้

           


ในแมทช์นี้การแข่งขันในเกมแรกช่วงต้นเกมทั้งคู่ต่างผลัดกันทำคะแนนได้อย่างคู่คี่จนมาเสมอกันที่ 7-7 จากนั้น เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี ชิงจังหวะวางลูกก่อนเปิดเกมบุกได้ดีทำคะแนนหนีออกนำห่าง 18-12 โซว ซอนแจ กับ แช ยูจุง มาช่วยกันฮึดเร่งเกมทำหกคะแนนรวดตามตีเสมอ 18-18 เข้าสู่ช่วงปลายเกม เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี มาเร่งเครื่องทำสามคะแนนรวดแซงชนะไปได้ในเกมแรก 21-18

           

เกมที่สองทาง โซว ซอนแจ กับ แช ยูจุง แก้เกมมาเป็นฝ่ายที่ชิงจังหวะบุกเร็วโดยอาศัยอยู่ในแดนที่ได้เปรียบก่อนที่จะเร่งทำคะแนนเป็นชุดๆ เอาชนะไปได้ขาดลอย 21-8 ตีเสมอเป็น 1-1 เกมต้องมาตัดสินในเกมที่สาม

           

                                                 


เกมตัดสิน เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี อาศัยอยู่ในแดนที่ได้เปรียบและแก้เกมมาเป็นอย่างดีเร่งทำเกมบุกเร็วทำคะแนนหนีออกนำห่าง 12-2 รูปเกมยังคงเป็น เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี ที่เล่นด้วยความมั่นใจทำคะแนนหนีออกนำห่าง 18-6 ก่อนที่ เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี จะมาปิดแมทช์ทำคะแนนเอาชนะไปได้สำเร็จ 21-8 ใช้เวลาแข่งขัน 57 นาที  

           


โดยในพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก นายสุภกิติ สุทธาโรจน์กรรมการผู้จัดการบริษัทโททัลออยล์ ไทยแลนด์ เป็นผู้มอบรางวัลให้กับแชมป์ เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี คว้าแชมป์รับเงินรางวัลสูงถึง 126,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,780,000 บาท ส่วนรองแชมป์ โซว ซอนแจ กับ แช ยูจุง รับเงินรางวัล 60,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,800,000 บาท

           


ทั้งนี้เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี สร้างประวัติศาสตร์คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ประเภทคู่ผสมทัวร์นาเมนต์เวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 1000 สามรายการติดต่อกันในเวลาสามสัปดาห์ และรับเงินรางวัลชนะเลิศสามรายการรวมกันมากถึง 274,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 8,220,000 บาท

 

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล คณะกรรมการโอลิมปิกสากล รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก และ นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับนักกีฬาทุกๆ คนที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันทั้ง 3 รายการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บาส-เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่ผสมไทย คู่มืออันดับ 3 ของโลก ที่สร้างประวัติศาสตร์ เป็นคู่แรกที่คว้าแชมป์ 3 รายการใหญ่ระดับเวิลด์ ทัวร์ ซุเปอร์ 1000 ได้ติดต่อกัน ซึ่งตลอดการแข่งขันที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความใจสู้และมีการปรับแก้เกม สื่อสารกันอยู่ตลอด จนนำมาซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้

 

“ขอบคุณความไว้วางใจที่นักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากทั้งหมด 22 ชาติที่เดินทางมาร่วมชิงชัยในประเทศไทย ถึงตอนนี้ขอแสดงความยินดีและชื่นชมกับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทยที่สามารถฝ่าวิกฤติสถานการณ์โควิด-19 ที่มีผลกระทบไปทั่วโลก ไม่เว้นกับวงการกีฬาที่ต้องหยุดการแข่งขันในระดับนานาชาติไปนานเกือบ 9 เดือน การสร้างประวัติศาสตร์จัดแบดมินตัน 3 รายการใหญ่ระดับทัวร์นาเมนต์เวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 1000 จนประสบความสำเร็จผ่านพ้นไปได้แบบที่ได้รับคำชื่นชมจากนักกีฬา รวมไปถึงองค์กรกีฬาจากทั่วโลก”

           

“การแข่งขันแบดมินตัน 3 รายการใหญ่ ที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพครั้งประวัติศาสตร์ ตลอดเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งมีนักกีฬาชื่อดัง และนักกีฬาไทย รวมถึงเจ้าหน้าที่ จาก 22 ประเทศ กว่า 800 คน ร่วมการชิงชัย มีสถิติที่น่าสนใจหลายเรื่องด้วยกัน  โดยที่น่าสนใจมากที่สุด เป็นจำนวนลูกขนไก่ ซึ่งตลอด 3 รายการ มีการใช้ไปมากถึง 6,176 ลูก โดยรายการโตโยต้า ไทยแลนด์ โอเพ่น ใช้มากที่สุด 2,488 ลูก รองลงมาเป็นโยเน็กซ์ ไทยแลนด์ โอเพ่น ใช้ไป 2,250 ลูก และ เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ ใช้ไป 1,438 ลูก”

           

ส่วนระยะเวลาการแข่งขัน โยเน็กซ์ ไทยแลนด์ โอเพ่น มากที่สุด นานรวมถึง 62.08 ชั่วโมง รองลงมาเป็น โตโยต้า ไทยแลนด์ โอเพ่น 58.48 ชั่วโมง และ เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ 42.08 ชั่วโมง  ขณะที่ค่าเฉลี่ยระยะเวลาในการดวลกันต่อแมตช์มากที่สุด เป็นรายการ เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ ใช้เวลา 47.9 นาที แยกเป็นนานที่สุด 94 นาที เร็วที่สุด 28 นาที รองลงมา โยเน็กซ์ ไทยแลนด์ โอเพ่น 44.9 นาที แยกเป็นนานที่สุด 84 นาที เร็วที่สุด 19 นาที และ โตโยต้า ไทยแลนด์ โอเพ่น 43.8 นาที แยกเป็นนานที่สุด 87 นาที เร็วที่สุด 18 นาที”

           

“ความสำเร็จในครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าหากไม่ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุก ๆ ฝ่าย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุก ๆ คนที่ต้องมาอยู่ในบับเบิ้ลควอรันทีนหรือ OQ ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. ที่ต้องทำงานอย่างหนักตลอดเวลา ถือเป็นด่านหน้าในการทำงานจนกระทั่งประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อสร้างชื่อเสียงและความมั่นใจให้กับประเทศไทยของเรา”

           

                                              



ทางด้าน บาส-เดชาพล และ ปอป้อ-ทรัพย์สิรี เผยว่า “เกมในวันนี้เป็นการชิงจังหวะด้านหน้า ใครสามารถชิงจังหวะแล้วได้บุกก่อนก็มีโอกาสชนะเยอะมาก ในเกมที่สองเกาหลีเร่งสปีดบุกได้ก่อน เราตั้งตัวไม่ทันทำให้แต้มไหล ส่วนในเกมที่สาม เราก็นำสไตล์การเล่นของเกาหลีในเกมที่สองมาใช้บ้างและพยามชิงจังหวะด้านหน้าให้ได้ก่อน”

 


“รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจมากที่สามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็น่ครี้งแรกที่ทำได้ 3 แชมป์ติดต่อกัน นี่คือแชมป์ของคนไทยทั้งประเทศ เกมในวันนี้เป็นการชิงจังหวะด้านหน้า ใครสามารถชิงจังหวะแล้วได้บุกก่อนก็มีโอกาสชนะเยอะมาก ในเกมที่สองเกาหลีเร่งสปีดบุกได้ก่อน เราตั้งตัวไม่ทันทำให้แต้มไหล ส่วนในเกมที่สาม เราก็นำสไตล์การเล่นของเกาหลีในเกมที่สองมาใช้บ้างและพยามชิงจังหวะด้านหน้าให้ได้ก่อน”

 

“ประสบการณ์ที่ได้รับจากการแข่งขันตลอด 3 รายการในครั้งนี้คือเพิ่มความมั่นใจกับคู่ของเรามากขึ้น เราได้เห็นว่าสิ่งที่เราทุ่มเทฝึกซ้อมมาตลอด 9 เดือน สามารถนำมาใช้ได้ผลอย่างไรบ้าง และมีสิ่งไหนที่ยังผิดพลาดเราจะนำไปแก้ไขปรับปรุง ส่วนสิ่งที่ประทับใจกับการแข่งขันแบบนิวนอร์แมนคือทุกอย่างดีหมด ประทับใจทุกอย่าง ทีมงานดี การอำนวยความสะดวกให้นักกีฬาดีมาก และอยากจะขอบคุณพี่ๆ ทีมงานที่ช่วยดูแลพวกเรา คอยสนับสนุนเรา ทำให้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย”

 

“บาสอยากขอบคุณพี่ปอป้อที่คอยสนับสนับสนุน คอยเตือนในสนาม ทำให้ผลการแข่งขันออกมาดี ส่วนปอป้ออยากขอบคุณน้องบาสไม่ว่าจะหลุด น้องช่วยได้เยอะ ทำให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ส่วนสิ่งที่อยากทำเป็นอันดับแรกเมื่อออกจากบับเบิลคือ พักผ่อน และหาของอร่อยๆ ทาน ไปหาครอบครัว และเพื่อนๆ รวมทั้งเตรียมฉลองแชมป์”


“ท้ายสุดนี้ขอขอบคุณทีมงานทุกคนที่ทำทุกอย่างเพื่อพวกเรา ขอขอบพระคุณคุณหญิงปัทมา รัฐบาลไทย ศบค. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และแฟนแบดมินตันทุกคนที่คอยส่งกำลังใจมาเชียร์พวกเราและนักกีฬาไทยทุกคนตอลดสามอาทิตย์ที่ผ่านมา กำลังใจของทุกคนทำให้เราสามารถทำผลงานได้ดีในการแข่งขันครั้งนี้”

 

ส่วนในประเภทหญิงคู่ ลี โซฮี กับ ชิน เซืองชาน คู่มืออันดับ 4 ของโลกจากเกาหลีใต้ พลิกสถานการณ์หลังจากที่พลาดท่าพ่ายไปก่อนในเกมแรกมาเร่งเครื่องทำคะแนนแซงชนะเพื่อนร่วมชาติ คิม โซยอง กับ กอง ฮียอง คู่มืออันดับ 6 ของโลกจากเกาหลีใต้ ไปได้หวุดหวิด 2-1 เกม 15-2126-2421-19 ใช้เวลาแข่งขันนานถึง 92 นาที  

           

โดยพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เป็นผู้มอบรางวัลให้กับแชมป์ ลี โซฮี กับ ชิน เซืองชาน คว้าแชมป์รับเงินรางวัลสูงถึง 126,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,780,000 บาท ส่วนรองแชมป์ คิม โซยอง กับ กอง ฮียอง รับเงินรางวัล 60,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,800,000 บาท

 

ขณะที่ ประเภทชายคู่ หลี่ หยาง กับ หวัง ชิหลิน คู่มืออันดับ 7 ของโลกจากไต้หวัน ใช้สปีดเกมที่รวดเร็มและเกมบุกที่ดุดันไล่ตบทำคะแนนเอาชนะคู่จอมเก๋า โมฮาเหม็ด อัสซาน กับ เฮนดร้า เซทเทียวาน คู่มืออันดับ 2 ของโลกจากอินโดนีเซีย ไปได้แบบสนุก 2-0 เกม 21-1723-21 ใช้เวลาแข่งขัน 37 นาที หลี่ หยาง กับ หวัง ชิหลิน สร้างประวัติศาสตร์คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ประเภทชายคู่ทัวร์นาเมนต์เวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 1000 สามรายการติดต่อกันในเวลาสามสัปดาห์

           

โดยพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก เจา มาโตส รองประธานสหพันธ์แบดมินตันยุโรป เป็นผู้มอบรางวัลให้กับแชมป์ หลี่ หยาง กับ หวัง ชิหลิน คว้าแชมป์รับเงินรางวัลสูงถึง 126,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,780,000 บาท ส่วนรองแชมป์ โมฮาเหม็ด อัสซาน กับ เฮนดร้า เซทเทียวาน รับเงินรางวัล 60,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,800,000 บาท

           

ประเภทหญิงเดี่ยว ไต้ จื่ออิง มืออันดับ 1 ของโลกจากไต้หวัน พลิกสถานการณ์หลังจากที่พลาดท่าพ่ายไปก่อนในเกมแรกมาเร่งเครื่องทำคะแนนแซงชนะ คาโรลิน่า มาริน มืออันดับ 6 ของโลกจากสเปน ไปได้แบบสุดมันส์ 2-1 เกม 14-2121-8 , 21-19 ใช้เวลาแข่งขัน 67 นาที  

           

โดยพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก และนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ เป็นผู้มอบรางวัลให้กับแชมป์ ไต้ จื่ออิง คว้าแชมป์รับเงินรางวัลสูงถึง 120,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,600,000 บาท นอกจากนั้นยังมีการมอบรางวัลนักกีฬาต่างชาติหญิงที่มีการไหว้ที่สวยงามที่สุด (คะแนนจากการโหวต) ให้กับ ไต้ จื่ออิง ไปอีกหนึ่งรางวัล ส่วนรองแชมป์ คาโรลิน่า มาริน รับเงินรางวัล 60,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,800,000 บาท

           

ส่วนประเภทชายเดี่ยว อันเดรส แอนทอนเซ่น มืออันดับ 3 ของโลกจากเดนมาร์ก ระเบิดฟอร์มเก่งหักปากกาเซียนทำคะแนนเฉือนชนะรุ่นพี่ร่วมทีมชาติ วิคเตอร์ อเซลเซ่น มืออันดับ 4 ของโลกจากเดนมาร์ก ไปได้หวุดหวิด 2-1 เกม 21-165-2121-17 ใช้เวลาแข่งขัน 60 นาที  

           

โดยพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก นายเคลวิน แทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย เป็นผู้มอบรางวัลให้กับแชมป์ อันเดรส แอนทอนเซ่น คว้าแชมป์รับเงินรางวัลสูงถึง 120,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,600,000 บาท ส่วนรองแชมป์ วิคเตอร์ อเซลเซ่น รับเงินรางวัล 60,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,800,000 บาท นอกจากนั้นยังมีการมอบรางวัลนักกีฬาต่างชาติชายที่มีการไหว้ที่สวยงามที่สุด (คะแนนจากการโหวต) ให้กับ วิคเตอร์ อเซลเซ่น ไปอีกหนึ่งรางวัล

           

คุณหญิงปัทมา กล่าวเพิ่มเติมว่า “หลังจากที่แบดมินตันไทย 3 รายการใหญ่ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพจบลงด้วยดี โดยนักกีฬาไทยสามารถทำผลงานได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย กับ  เดชาพล พัวรานุเคราะห์ สามารถคว้าแชมป์ได้ทั้ง 3 รายการ ปิดท้ายกับ เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ การแข่งขันจบได้อย่างงดงาม นักกีฬาของประเทศไทยคว้าแชมป์ที่ 3 ได้อย่างสำเร็จ  เดชาพล กับ  ทรัพย์สิรี เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม สร้างประวัติศาตร์ให้กับวงการกีฬาแบดมินตันและกับตนเองด้วย ที่สามารถคว้าสามแชมป์ใน 3 สัปดาห์ได้สำเร็จ ส่วน หลี่ หยาง กับ หวัง ชิหลิน จาก ไต้หวัน ก็เป็นอีกหนึ่งคู่ที่สร้างประวัติศาสตร์คว้า 3 แชมป์ใน 3 สัปดาห์ หลังเอาชนะ โมฮาเหม็ด อัสซาน กับ เฮนดร้า เซทเทียวาน จากอินโดนีเซีย ไปได้ ขณะที่ หญิงคู่ ก็สนุกตื่นเต้นมากๆ  ลี โซฮี กับ ชิน เซืองชาน  สามารถล้างตาสำเร็จ เอาชนะ คิม โซยอง กับ กอง ฮียอง  ชนะไปได้ 2-1 เกม ทางด้าน หญิงเดี่ยว ไต้ จื่อ หยิง ใช้ ความแข็งแกร่งของร่างกาย เบียดเอาชนะคาโรลินา มาริน ไปได้ซึ่งถือเป็นเกมระดับคุณภาพ ที่แฟนแบดมินตันคุ้มค่าที่ได้รับชม และชายเดี่ยว อันเดอร์ส แอนทอนเซ่น สามารถล้ม วิคเตอร์ เอ็กเซลเซ่น เจ้าของแชมป์ 2 รายการก่อนหน้าได้อย่างพลิกความคาดหมาย”

           

“และปีนี้เราได้ตั้งรางวัลเซอร์ไพร์ รางวัลนักกีฬาต่างชาติที่ไหว้ได้สวยงามที่สุด โดยให้แฟนแบดมินตันที่ชมการถ่ายทอดสดร่วมกันโหวตให้ ซึ่ง ไต้ จื่อ หยิง ที่จะไหว้เสมอๆในทุกๆครั้งที่ปรากฎตัวได้รับรางวัลไป ขณะที่ฝ่ายชาย เป็น วิกเตอร์ ชาวยุโรปที่ไหว้สวยงามก้มศรีษะได้ตามประเพณีการไหว้ เป็นการถ่ายทอดวัฒนธรรมอันดีของไทยสื่อไปยังทั่วโลกได้เป็นอย่างดี” คุณหญิงปัทมา กล่าว

           

ข้อมูลเพิ่มเติมของการแข่งขันได้ที่เว็บไซต์ www.bwfbadminton.com หรือ www.badmintonthai.or.th

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here