“บาส-ปอป้อ” คว้าชัย เข้าชิงศึก เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ไฟนอลส์ - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2564

“บาส-ปอป้อ” คว้าชัย เข้าชิงศึก เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ไฟนอลส์

 30 มกราคม 2564 – การแข่งขันแบดมินตันรายการ เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ไฟนอลส์ 2020” ชิงเงินรางวัลรวม 1,500,000 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 45,150,000 บาท ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ภายใต้มาตรการในรูปแบบนิวนอร์มอล โดยไม่อนุญาตให้แฟนแบดมินตัน และผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในสนามโดยเด็ดขาด เมื่อวันเสาร์ที่ 30 ม.ค. เป็นการลงสนามแข่งขันวันที่สี่ในรอบรองชนะเลิศ

 


ประเภทคู่ผสม "บาส" เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ "ปอป้อ" ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่มืออันดับ 3 ของโลก ลงสนามพบกับ ทอม กีเซล กับ เมลฟิน เดอรูร์ คู่มืออันดับ 15 ของโลกจากฝรั่งเศส สำหรับสถิติในการพบกันของทั้งคู่ก่อนหน้านี้เคยพบกันมาทั้งหมด 2 ครั้ง ต่างผลัดกันเก็บชัยชนะไปได้คนละครั้งเท่ากัน ล่าสุดในศึก อินโดนีเซีย มาสเตอร์ 2020 ทอม กีเซล กับ เมลฟิน เดอรูร์ เอาชนะมาได้ 2-0 เกม

 

                                                 


ในแมทช์นี้เกมการแข่งขันถึงแม้ชื่อชั้นของ เดชาพล กับ  ทรัพย์สิรี จะดูเหนือกว่า แต่ทาง ทอม กีเซล กับ เมลฟิน เดอรูร์ ก็สามารถต่อสู้กับคู่ของไทยได้อย่างไม่เป็นรอง ทั้งคู่ต่างผลัดกันทำคะแนนได้อย่างคู่คี่สูสี ก่อนที่ในช่วงปลายเกม เดชาพล กับ  ทรัพย์สิรี จะมาใช้ประสบการณ์ในเกมที่เหนือกว่าเร่งทำคะแนนเอาชนะไปได้แบบสนุก 2-0 เกม 21-15, 21-17 ใช้เวลาแข่งขัน 44 นาที  เดชาพล กับ  ทรัพย์สิรี ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปรอพบกับผู้ชนะระหว่าง โซว ซอนแจ กับ แช ยูจุง คู่มืออันดับ 6 ของโลกจากเกาหลีใต้ ที่จะพบกับ โก๊ะ ซุนฮวด กับ เชวอน เจมี่ไล คู่มืออันดับ 12 ของโลกจากมาเลเซีย ในรอบรองฯ

 

สำหรับ เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี  ที่ทำผลงานผ่านเข้าไปถึงในรอบชิงฯ ได้สำเร็จ จะการันตีรับเงินรางวัล 60,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,800,000บาท เอาไว้ได้สำเร็จ แต่ถ้าสามารถคว้าแชมป์มาครองก็จะคว้าเงินรางวัลสูงถึง 126,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,780,000 บาท

 

ประเภทหญิงเดี่ยว "หมิว" พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ มือ 13 ของโลก ลงสนามพบกับศึกหนัก คาโรลิน่า มาริน มืออันดับ 6 ของโลกจากสเปน สำหรับสถิติในการพบกันของทั้งคู่ก่อนหน้านี้เคยพบกันมาทั้งหมด`7 ครั้ง เป็นทาง คาโรลิน่า มาริน ที่ทำผลงานได้เหนือกว่าเก็บชัยชนะไปได้ 6 ครั้ง ล่าสุดในศึก โยเน็กซ์ ไทยแลนด์ โอเพ่น คาโรลิน่า มาริน เอาชนะมาได้

 

ในแมทช์นี้เกมการแข่งขันทาง พรปวีณ์ พยายามสู้กับ มาริน อย่างสุดความสามารถแต่ไม่อาจต้านทานฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงของคู่แข่งเอาไว้ได้  มาริน ไล่ต้อนทำคะแนนเอาชนะไปได้ 2-0 เกม 21-13, 21-13  ใช้เวลาแข่งขัน 40 นาที  คาโรลิน่า มาริน ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับ ไต้ จื่ออิง มืออันดับ 1 ของโลกจากไต้หวัน ที่เอาชนะ อัน เซยอง มืออันดับ 9 ของโลกจากเกาหลีใต้  มาได้ 2-0 เกม 21-18,21-12

 

สำหรับ หมิว พรปวีณ์ ที่ทำผลงานผ่านเข้ามาถึงในรอบรองฯ รับเงินรางวัลปลอบใจไป 30,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 900,000 บาท

 


ขณะที่ประเภทหญิงคู่ "กิ๊ฟ" จงกลพรรณ กิติธารากุล กับ "วิว" รวินดา ประจงใจ คู่มืออันดับ 
11 ของโลก ลงสนามพบกับศึกหนัก คิม โซยอง กับ กอง ฮียอง  คู่มืออันดับ 6 ของโลกจากเกาหลีใต้ สำหรับสถิติในการพบกันของทั้งคู่ก่อนหน้านี้เคยพบกันมาทั้งหมด 7 ครั้ง เป็นทาง  คิม โซยอง กับ กอง ฮียอง  ที่ทำผลงานได้เหนือกว่าเก็บชัยชนะไปได้ 5 ครั้ง ล่าสุดในรอบแบ่งกลุ่มในศึก เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ไฟนอล 2020 คิม โซยอง กับ กอง ฮียอง เอาชนะมาได้ 2-0 เกม

 

ในแมทช์นี้ทั้งคู่ต่างผลัดกันทำคะแนนได้อย่างสนุกคู่คี่สูสี ก่อนที่จะเป็นคู่ของ คิม โซยอง กับ กอง ฮียองที่ช่วยกันฮึดเร่งเกมบุกทำคะแนนเฉือนชนะคู่สาวไทยไปได้หวุดหวิด 2-1 เกม 21-11, 12-21 และ 21-16 ใช้เวลาแข่งขันนานถึง 69 นาที  คิม โซยอง กับ กอง ฮียอง ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับ ลี โซฮี กับ ชิน เซืองชาน  คู่มืออันดับ 4 ของโลกจากเกาหลีใต้ ที่เอาชนะ เชา เหม่ยกวน กับ ลี เหม็งหยวน คู่มืออันดับ 14 ของโลกจากมาเลเซีย มาได้ 2-0 เกม 21-14, 21-15

 

สำหรับ กิ๊ฟ จงกลพรรณ กับ วิว รวินดา ที่ทำผลงานผ่านเข้ามาถึงในรอบรองฯ รับเงินรางวัลปลอบใจไป 30,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 900,000 บาท

 

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก และนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า “วันนี้เป็นอีกวันที่แฟนแบดมินตันชาวไทยได้มีความสุขอีกครั้งกับนักกีฬาไทยที่ทำผลงานได้ดี โดยบาสกับปอป้อสามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศด้วยการปราบคู่ของฝรั่งเศสไปสองเกมรวด เป็นการกลับมาของบาสป้อที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งของบาสและปอป้อ หลังจากพ่ายแพ้ให้กับคู่เกาหลีใต้ในรอบแบ่งกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมรับที่เหนียวแน่นของบาสปอป้อทำให้คู่ฝรั่งเศสทำอะไรเราไม่ได้ ส่วนกิ๊ฟและวิว เป็นที่น่าเสียดายที่เราพลาดท่าแพ้ เกมแรกเกมสองได้คนละเกม พอถึงเกมสามเราเปิดเกมได้ดีกว่า นำห่างแต่หลังจากผ่านไป เราไปพลาดเสียชุดใหญ่ ทำให้เราไล่ไม่ทัน น่าเสียดาย ไม่ได้เข้าชิงชนะเลิศ โดยเกาหลีใต้กลับมาเหนียวแน่นอีกครั้งหนึ่ง เรามีโอกาสทำแต้มได้ที่หน้าเนตหลายต่อหลายครั้ง แต่เกาหลีใต้เรียกสมาธิกลับมา จนเป็นฝ่ายเราที่พลาด กลายเป็นเราทำไม่สำเร็จ ทางด้านหมิว ยอมรับว่าในสามรายการนี้ มารินมาดีจริงๆ เร็วมากๆ ไม่สามาถต้านทานความเร็วของมารีนได้ โดยภาพรวมหมิวเล่นได้ดี ความเร็วความแข็งแรงความแข็งแกร่งยังเป็นรองมารีน ขอให้แฟนๆ กีฬาชาวไทยส่งแรงใจเชียร์บาสและปอป้อในวันพรุ่งนี้ ว่าจะสามารถสร้างประวัติศาสตร์คว้าสามแชมป์ติดต่อกันได้หรือไม่”

 


ทางด้าน บาส
-เดชาพล และ ปอป้อ-ทรัพย์สิรี เผยว่า “เกมโดยรวมถือว่าคู่แข่งเล่นดี เราพยายามดักทางไม่ให้พวกเขาวางหน้าได้ เพื่อให้เราได้ทำเกมบุกทำแต้ม ในเกมที่สองทีมฝรั่งเศสไปแก้เกมมาหาจังหวะบุกมากขึ้น เล่นหน้าให้เราโยนให้ฝั่งเขาเป็นฝ่ายบุก ซึ่งช่วงแรกๆ เรายังตามไม่ทันทำให้พวกเขาขึ้นนำก่อน และมีกดดันบ้างกับแผนที่เตรียมมาบางทีใช้ได้ผล บางทีไม่ได้ผล พอตอนท้ายเราเริ่มแก้ไขกลับมา ทำลายแผนของคู่แข่งได้ โดยพยายามไม่ให้พวกเขาเล่นลูกที่ชอบคือเล่นสี่มุมข้างหน้า เราหาทางเปิดไปก่อนเพื่อให้เขาเคลื่อนที่ก่อนแล้วค่อยกลับมาเล่นข้างหน้า สำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเราจะทำเต็มที่ เพื่อคว้าแชมป์มาครองให้ได้ ฝากแฟนๆ กีฬาช่วยเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วย”

 

ขณะที่ หมิว-พรปวีณ์ กลาวว่า “วันนี้พยายามจะตามสปีด มาริน ให้ทัน ช่วงแรกคิดว่าน่าจะทำได้ แต่หลังๆ แทบทำแต้มไม่ได้เลย มารินแกร่งและเร็วมาก หมิวมีอาการบาดเจ็บข้อเท้าพลิกเล็กน้อยตั้งแต่แมทช์แรกที่แพ้พี่เมย์ รัชนก แต่ไม่ใช่ข้อแก้ตัวแต่อย่างใด การผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในการลงเล่นศึกเวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ ครั้งแรก ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับหมิวแล้ว และจากการร่วมแข่งขันทั้งสามรายการในครั้งนี้ หมิวได้เรียนรู้มากมายกับสไตล์การเล่นของนักแบดมินตันระดับท็อปของโลกที่เข้ามาแข่ง ซึ่งแต่ละคนก็มีสไตล์ที่แตกต่างกัน ทำให้เห็นว่าตัวเองต้องกลับไปทำการบ้านเพื่อพัฒนาตัวเองต่อไปอย่างไร สิงที่ประทับใจตลอดระยะเวลาการแข่งขันแบบนิวนอร์มอลทั้ง รายการคือเรื่องความมีระเบียบวินัยของนักกีฬา ซึ่งปกติก็ต้องรักษาวินัยอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว พอมาอยู่ภายใต้มาตรการ และต้องรักษาสภาพร่างกายให้อยู่ในสภาพพร้อมแข่งขันเป็นเรื่องที่ยาก ทุกคนต้องปรับตัว ขอขอบพระคุณคุณญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยที่สนับสนุนนักกีฬาแบดมินตันไทยให้เข้าร่วมการแข่งขัน รายการใหญ่นี้ ขอบคุณพี่ๆ ทีมงานที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำให้งานนี้ผ่านไปด้วยดี และขอบคุณแฟนกีฬาแบดมินตันที่ส่งกำลังใจมาเชียร์ แต่เสียดายที่ไม่สามารถทำให้แฟนๆ สมหวัง แต่จะกลับไปซ้อมใหม่เพื่อกลับมาแข็งแกร่งและดีกว่าเดิม”

 

นอกจากนี้ คุณหญิงปัทมา ยังกล่าวด้วยว่า "ก่อนหน้านี้ การแข่งขันแบดมินตัน รายการระดับนานาชาติ ของสหพันธ์แบดมินตันโลก ต้องหยุดไปเกือบปี ด้วยปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ปัทมา จึงได้เสนอแนวคิดไปยังสหพันธ์ฯ ในการจัดการแข่งขันแบดมินตัน 3 รายการใหญ่ระดับเวิลด์ ทัวร์ โดยมีระบบป้องกันไวรัสอันตราย อย่างเข้มงวด ในรูปแบบบับเบ้ิล เพื่อให้การแข่งขันกีฬาแบดมินตัน สามารถขับเคลื่อนไปได้เหมือนที่ผ่านมา ภายใต้ความปลอดภัยสูงสุด"

 

"ในการแข่งขัน 3 รายการใหญ่ที่ไทย เป็นเจ้าภาพ ครั้งประวัติศาสตร์ ที่ไม่เคยมีชาติใดทำได้มา ในการจัดครั้งนี้ได้ส่งเสริม การไหว้ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมไทย ผ่านไปยังนักกีฬา 22 ชาติ ทำให้ทั่วโลก ได้รับรู้ผ่านการถ่ายทอดสดแล้ว และยังได้ริเริ่มในอีกหลายเรื่องที่สหพันธ์ฯ ไม่เคยทำมาก่อน และสหพันธ์ฯ เห็นชอบและอนุมัติให้ดำเนินการได้ เช่น การรวม 3 โลโก้การแข่งขันไว้บนเสื้อแจ๊คเก็ตที่กรรมการ และผู้ตัดสินใส่ในการแข่งขัน 2 รายการแรก การใช้เพลงของไทยในช่วงเปิดตัวนักกีฬาและการรับรางวัล การจัดทำหนังสือที่ระลึกของ 3 รายการรวมไว้ในเล่มเดียวกัน แทนที่จะเป็นสูจิบัตรแยกรายการ"

 

"การจัดการแข่งขันของไทย อันเป็นการรีสตาร์ทแบดมินตัน ให้กลับมาชิงชัยได้อีกครั้ง แม้จะอยู่ในช่วงที่ยังมีการระบาดของโควิด-19 อยู่ ทำได้เป็นอย่างดี แสดงศักยภาพว่าประเทศไทยสามารถจัดการกับโควิด-19 ได้ กระแสแบดมินตัน จึงกลับมาได้รับความนิยม อีกครั้ง มีคนซื้ออุปกรณ์แบดมินตัน เพิ่มขึ้นมากมาย สอดคล้องกับแผนปฏิรูปกีฬาของประเทศ ที่ทำให้ คนหันมาออกกำลังกายมากขึ้นกว่าเดิม"

 

“อีกทั้ง โธมัส บาค ประธานไอโอซี ยังได้ขอนำการแข่งขันนี้มาเป็นต้นแบบ แข่งขันอย่างปลอดภัยจากโควิด-19 ประกอบกับนักกีฬาทั่วโลกก็ชื่นชมประเทศไทย ถ่ายทอดความรู้สึกตรงกันผ่านโซเชียลมีเดียว่าปลอดภัย ทุกคนชื่นชมมาตรการการป้องกันไวรัสที่ทำได้อย่างเข้มงวด จริงจัง ได้ผล เป็นสัญลักษณ์ว่าโลกของเราเอาชนะโควิด-19 ได้ โดยประธานไอโอซี ขอให้เราส่งแนวทางการจัดการแข่งขัน โดยเฉพาะระบบบับเบิ้ลไปให้ ซึ่งความสำเร็จทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ขอขอบพระคุณ ไว้ในโอกาสนี้”

 

"และขอขอบพระคุณกรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี สถาบันบำราศนราดูร สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมืองร้อน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี กรมแพทย์ทหารอากาศ ธนบุรีเฮลท์แคร์กรุ๊ป ที่คุมเข้มตามมาตรการทางสาธารณสุขรองรับการจัดการแข่งขันแบดมินตันระดับนานาชาติ 3 รายการใหญ่ในครั้งนี้" คุณหญิงปัทมา กล่าว

           

ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่นๆในรอบรองชนะเลิศมีดังนี้

 

ประเภทชายคู่ หลี่ หยาง กับ หวัง ชิหลิน คู่มืออันดับ 7 ของโลกจากไต้หวัน ชนะ เบน เลนจ์ กับ ฌอน เวอร์ดี้ คู่มืออันดับ 32 ของโลกจากอังกฤษ 22-20, 21-17,  โมฮาเหม็ด อัสซาน กับ เฮนดร้า เซทเทียวาน คู่มืออันดับ 2 ของโลกจากอินโดนีเซีย ชนะ ชอย โซวกิว กับ โซว ซอนแจ คู่มืออันดับ 8 ของโลกจากเกาหลีใต้ 23-21, 21-13

           

ประเภทชายเดี่ยว อันเดรส แอนทอนเซ่น มืออันดับ 3 ของโลกจากเดนมาร์ก ชนะ หวัง ซื่อเหว่ย มืออันดับ 12 ของโลกจากไต้หวัน 21-18, 14-21, 21-16

 

สำหรับศึก "เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ไฟนอลส์ 2020 จะมีการถ่ายทอดสดผ่าน 3,000 ล้านครัวเรือนทั่วโลก ส่วนในประเทศไทยสามารถชมการถ่ายทอดสดได้หลากหลายช่องทาง ทั้ง ทรูวิชั่นส์ทรูโฟร์ยูทรู ยูทูปทรู เฟซบุ๊ก และทรูไอดี โดยทรูวิชั่นส์ ถ่ายทอดสดทุกคู่การแข่งขัน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ผ่านทาง Truesports HD3 ช่อง 668, Truesports 7 ช่อง 686 และ Truesports HD2 ช่อง 667 และรับชมผ่านทางทรูโฟร์ยู วันอาทิตย์ (31 ม.ค.) ระหว่างเวลา 14.30 – 18.00 น.

 

ข้อมูลเพิ่มเติมของการแข่งขันได้ที่เว็บไซต์ www.bwfbadminton.com หรือ www.badmintonthai.or.th

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here