บอร์ด"B52"ไฟเขียวเพิ่มทุน 349.55 ล้านหุ้น จัดสรรผู้ถือหุ้นเดิม อัตรา 6.5 :1 ราคา 0.50 บ./หุ้น เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ ผ่านร้านค้าปลีกในเครือข่ายกว่า 120,000 ร้านค้าทั่วประเทศ หนุนปีนี้เทิร์นอะราวด์ - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันพุธที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

บอร์ด"B52"ไฟเขียวเพิ่มทุน 349.55 ล้านหุ้น จัดสรรผู้ถือหุ้นเดิม อัตรา 6.5 :1 ราคา 0.50 บ./หุ้น เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ ผ่านร้านค้าปลีกในเครือข่ายกว่า 120,000 ร้านค้าทั่วประเทศ หนุนปีนี้เทิร์นอะราวด์


ตามที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้น บมจ.บี-
52 แคปปิตอล (B52)  ได้มีมติอนุมัติแบบมอบอำนาจทั่วไปให้บอร์ดบมจ.บี-52 แคปปิตอล (B52) เพื่อเพิ่มทุนแบบ RO ให้ผู้ถือหุ้นเดิม และ PP ให้บุคคลแบบเฉพาะเจ่าะจง ไปเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2564 เพื่อพัฒนาและต่อยอดธุรกิจของบริษัทนั้น

วันศุกร์ที่ผ่านมา บอร์ด B52 ได้มีมติอนุมัติจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนล็อตแรกแบบ RO ให้กับผู้ถือหุ้นเดิม จำนวน 349.55 ล้านหุ้น ในอัตราส่วน 6.5 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ ราคาเสนอขายหุ้นละ 0.50 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิ์ 8 มิ.ย. 64 และเปิดจองซื้อตั้งแต่วันที่ 5-9 ก.ค.นี้

ฟาก ซีอีโอ "นราวดี วรวณิชชา" ระบุเตรียมเป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ เพื่อการพัฒนาธุรกิจผ่านร้านค้าปลีกในเครือข่ายที่มีอยู่กว่า 120,000 ร้าน ทั่วประเทศในการตอบสนองความต้องการผู้บริโภคยุค New Normal เพื่อผลักดันผลงานปีนี้เทิร์นอะราวด์ โดยเป็นการเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน (RO) ส่วนการเพิ่มทุนให้บุคคลแบบเฉพาะเจาะจง (PP) นั้นบอร์ดยังไม่มีวาระการพิจารณาในการประชุมครั้งนี้

นางสาวนราวดี วรวณิชชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี-52 แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ B52 เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564  มีมติอนุมัติการออกและการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ ครั้งที่ 1 จำนวนไม่เกิน 349,550,000 หุ้น (คิดเป็นร้อยละ 15.38 ของทุนชำระแล้วของบริษัท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering) ตามสัดส่วนการถือหุ้นเดิม ตามแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) ในอัตราส่วน 6.5 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ ในราคาเสนอขายหุ้นละ 0.50 บาท  โดยกำหนดวัน Record Date เพื่อสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ ในวันที่ 8 มิถุนายน 2564 และให้กำหนดวันจองซื้อ และวันชำระเงินค่าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ระหว่างวันที่ 5-9 กรกฎาคม 2564

ทั้งนี้ การเพิ่มทุนในครั้งนี้เป็นการเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป ซึ่งที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2564 ได้มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนอีกจำนวน 340,804,995 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 1,262,393,735 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 1,603,198,730 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่จำนวนไม่เกิน 681,609,990 หุ้น แบ่งการจัดสรรเป็นเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม จำนวนไม่เกิน 454,406,660 หุ้น (คิดเป็นร้อยละ 20 ของทุนชำระแล้วของบริษัท)  และจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่จำนวนไม่เกิน 227,203,330 หุ้น (คิดเป็นร้อยละ 10 ของทุนชำระแล้วของบริษัท) เพื่อเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement)

"สำหรับวัตถุประสงค์การเพิ่มทุนในครั้งนี้ บริษัทฯ จะนำเงินไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการพัฒนาธุรกิจผ่านร้านค้าปลีกในเครือข่ายที่มีอยู่กว่า 120,000 ร้าน ทั่วประเทศ ทั้งธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้า ธุรกิจการเงิน ธุรกิจโฆษณาประชาสัมพันธ์ ธุรกิจดิจิตัล และธุรกิจอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้บริษัทมีสถานะทางการเงินมั่นคงแข็งแรงยิ่งขึ้น พร้อมที่จะผลักดันการเติบโตในระยะยาว"

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  กล่าวอีกว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปี 2564 บริษัทฯวางเป้าหมายธุรกิจกลับมาเทิร์นอะราวด์ หลังปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ ซึ่งมีเป้าหมายและแนวทางที่ชัดเจน มุ่งเน้นการทำธุรกิจในเครือข่ายค้าปลีกทั่วประเทศกว่า 120,000 ร้านค้า ผ่านแพลตฟอร์ม “ทันใจดี” ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุค New Normal ซึ่งจะทำให้ร้านค้าปลีกมีความเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต และเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับบริษัท B52 อย่างต่อเนื่อง

โดยบริษัทฯ กำลังดำเนินงานธุรกิจผ่านร้านค้าปลีกในเครือข่ายเช่นการให้บริการทางการเงินกับพันธมิตรแก่ร้านค้า (B2B) และ แก่ลูกค้าของร้านค้า (B2C) ผ่านแพลตฟอร์มของบริษัทฯ เช่นสินเชื่อเอสเอ็มอี สินเชื่อรถแลกเงิน เป็นต้น

รวมทั้งบริษัทฯ ได้เพิ่มรูปแบบการให้บริการสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์แบบครบวงจร ให้มีความหลากหลายมากขึ้น ผ่านร้านค้าปลีกทั่วประเทศ

นอกจากนี้ บริษัทฯกำลังดำเนินงานขยายธุรกิจออน์ไลน์และดิจิตัลต่อผ่านบริษัทวันดิจิตอลเน็ตเวิร์ค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ B52 ที่มีฐานลูกค้ากว่า ล้านคนในแต่ล่ะเดือนหรือ 24 บ้านคนในแต่ละปีโดยคาดว่า จะสามารถสร้างรายได้ และกำไรให้บริษัทฯได้เพิ่มขึ้น รวมถึงเป็นการสร้างฐานลูกค้ากลุ่มใหม่เพิ่มเติมอีกด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here