TACC โชว์ 3 เดือนแรกของปี 65 รายได้รวมเพิ่ม 3.10% กำไรสุทธิ 60.15 ลบ. ลุยเสิร์ฟสินค้าใหม่ร่วมกับพันธมิตรกลุ่ม B2B และ B2C มั่นใจรายได้ปี 65 โต 10% ตามแผน - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

TACC โชว์ 3 เดือนแรกของปี 65 รายได้รวมเพิ่ม 3.10% กำไรสุทธิ 60.15 ลบ. ลุยเสิร์ฟสินค้าใหม่ร่วมกับพันธมิตรกลุ่ม B2B และ B2C มั่นใจรายได้ปี 65 โต 10% ตามแผน


 TACC โชว์ผลงาน 3 เดือนแรกของปี 65 รายได้รวมเพิ่ม 3.10ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 60.15 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 28.82เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน รับอานิสงส์สถานการณ์โควิดคลายกังวล โดยผู้บริโภคมีการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง และรวมถึงมีการส่งสินค้าใหม่ร่วมกับพันธมิตร-กลุ่มลูกค้า B2B และ B2มั่นใจปี 65 รายได้โต 10% ตามแผน

 

           


นายชัชชวี วัฒนสุข ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) (TACC) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯใน 3 เดือนแรกของปีนี้ มีรายได้รวม 337.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.54 ล้านบาท หรือ 3.10จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 328.58 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 60.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.46 ล้านบาท หรือ 28.82จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 46.69 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยหนุนจากยอดขายที่ฟื้นตัว หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 คลายกังวล และมีการออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของ
7-Eleven และพันธมิตรอื่น ๆ ในฐานะ Key Strategic Partner

             นอกจากนี้ บริษัทยังเริ่มรับรู้รายได้และเจริญเติบโตจากกลุ่มลูกค้า  B2หลังจากได้ทยอยขยายสินค้าเข้าไปในกลุ่ม Lotus’s ทั้งใน Lotus Hypermarket ในรูปแบบของ Food Court ปัจจุบันมีจำนวน 83 สาขา และมีเป้าขยาย 200++ สาขา ภายในปี 2565  ส่วนใน Lotus’ go fresh ที่ส่งเครื่องดื่มเข้า Jungle Café ปัจจุบันมีจำนวน 1,780 สาขา และมีเป้าขยาย 1,700++ สาขา ภายในปี 2565 และเพิ่มโอกาสในการขยายเมนูหลัก (Signature Menu) อื่นเพิ่มเติม จากปัจจุบันขายอยู่ 2 เมนู

            สำหรับ License Business ในช่วง 3 เดือนแรกของปียังทรงตัว โดยบริษัทฯยังมองเห็นโอกาสในการเติบโตในช่วง 9 เดือนหลังของปี จากสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของผู้บริโภค

        ประธานกรรมการบริหาร TACC กล่าวอีกว่า มั่นใจว่าแนวโน้มรายได้ในช่วง 9 เดือนหลังของปีนี้จะยังคงเติบโต จากในส่วนของกลุ่มสินค้าในปัจจุบัน (Existing Portfolio) และการออกสินค้าใหม่ (New Products) เข้า
สู่ตลาด ในการกระตุ้นยอดขายร่วมกับพันธมิตรหลักทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงส่งผลทำให้ยอดขายของบริษัทฯสามารถเติบโตตามพันธมิตรทางการค้า ในฐานะ Key Strategic Partner  ซึ่งคาดว่าจะสนับสนุนรายได้ในปีนี้เติบโตเป็นไปตามเป้า รวมถึงยังได้แรงหนุนจากยอดขายของกลุ่ม B2C และ License Business เข้ามาเสริม ช่วยผลักดันธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here