วินด์ เอนเนอร์ยี่ เล็งจ่ายปันผลไม่น้อยกว่า 15 บาทต่อหุ้น เดินหน้ามองหาโอกาสลงทุนคาดประเดิมลงทุนในเวียดนาม เตรียมเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 2,000 ลบ.รองรับขยายธุรกิจ - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

วินด์ เอนเนอร์ยี่ เล็งจ่ายปันผลไม่น้อยกว่า 15 บาทต่อหุ้น เดินหน้ามองหาโอกาสลงทุนคาดประเดิมลงทุนในเวียดนาม เตรียมเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 2,000 ลบ.รองรับขยายธุรกิจ

 


วินด์เอนเนอร์ยี่ เล็งจ่ายปันผลจากกำไรงวดปี 63 ไม่น้อยกว่า 15 บาทต่อหุ้น หลังจากจ่ายระหว่างกาลจากกำไรงวด 6 เดือนแรกของปี 63 ไปแล้ว 1.40 บาทต่อหุ้น พร้อมเผยกำลังลม 9 เดือนแรกปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 4.91 เมตรต่อวินาที ต่ำสุดในรอบ 20 ปี ส่งผลให้งวด 9 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทมีรายได้รวม 6,300 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,840 ล้านบาท คาดหวังตีตื้นในไตรมาสสุดท้าย เหตุเป็นช่วงกำลังลมดีที่สุดของปี

              นายกำธร กิตติอิสรานนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด หรือ WEH  เปิดเผยว่า บริษัทฯ อยู่ระหว่างพิจารณาการจ่ายเงินปันผลประจำปี จากกำไรในงวดปี 2563 ไม่น้อยกว่า 15 บาทต่อหุ้น หลังจากได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรในงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 ไปแล้วที่ 1.40 บาทต่อหุ้น นับเป็นการจ่ายเงินปันผลครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท

คณะกรรมการบริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่าฐานะการเงินของ WEH ในปัจจุบันมีความแข็งแกร่ง เป็นบริษัทไม่มีหนี้ ในแต่ละปีมี Ebitda ราว 8,000 ล้านบาท ส่งผลให้มีสภาพคล่องมากเพียงพอรองรับการดำเนินธุรกิจ จึงมีแนวคิดจะจัดสรรกำไรจ่ายเงินปันผลเพื่อตอบแทนคืนให้กับผู้ถือหุ้น

สำหรับผลประกอบการของบริษัทฯ ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2563 มีรายได้รวม 6,300 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,840 ล้านบาท สาเหตุเนื่องจากกำลังลมช่วง 9 เดือนแรกเฉลี่ยอยู่ที่ 4.91 เมตรต่อวินาที ทำสถิติต่ำสุดในรอบ 20 ปี แต่บริษัทคาดหวังว่าผลประกอบการในไตรมาส 4 ของปี 2563 จะฟื้นตัวตามกำลังลม เพราะโดยปกติเป็นไตรมาสที่มีกำลังลมดีที่สุด และผลิตกำลังลมในสัดส่วน 40% ของกำลังลมทั้งปี

ปัจจุบันบริษัทได้ดำเนินการจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) โรงไฟฟ้าครบทั้ง 8 โรง กำลังการผลิตรวม 717 เมกะวัตต์ ครอบคลุมพื้นที่ราว 5 แสนไร่ใน 2 จังหวัด คือ นครราชสีมา ชัยภูมิ

“บริษัทยังคงมองหาโอกาสการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต และไม่จำกัดอยู่ที่พลังงานลม โดยให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาด เพียงแต่ให้ความสำคัญกับพลังงานลมเป็นลำดับแรก เพราะมีความเชี่ยวชาญ แต่ยอมรับว่าพลังงานลมในประเทศยังต้องรอนโยบายจากภาครัฐ ทำให้บริษัทขยายโอกาสการลงทุนไปต่างประเทศ เพื่อกระจายฐานรายได้ และลดความเสี่ยงในภาวะกำลังลมในประเทศอ่อนแรง โดยโครงการที่เป็นไปได้และมีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุด คือ โครงการในประเทศเวียดนาม เนื่องจากมีความต้องการสูง และพบว่ามีกำลังลมในระดับที่ดีกว่าประเทศไทย”  นายกำธรกล่าว 

ขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมด้านแหล่งเงินลงทุน โดยได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นกู้ในวงเงิน 2,000 ล้านบาท และหุ้นกู้สำรอง (กรีนชู) อีก 1,000 ล้านบาท อายุหุ้นกู้ ปี เดือน อัตราดอกเบี้ย 5.5 - 6.5 % วัตถุประสงค์เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน                   

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here