ยิ่งใหญ่!เทศกาลโคนมแห่งชาติ กระตุ้นเกษตรกรพัฒนาอาชีพ - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ยิ่งใหญ่!เทศกาลโคนมแห่งชาติ กระตุ้นเกษตรกรพัฒนาอาชีพ

 
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2563 วันแรกในวันที่ 29 กพ.63 ที่ผ่านมา อย่างยิ่งใหญ่ อ.ส.ค. โชว์สุดยอดวิทยาการด้านการเลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมนมไทยในรอบปี ภายใต้แนวคิด "รักนม รักฟาร์ม สืบสาน รักษา ต่อยอดโคนมอาชีพพระราชทาน" พร้อมจัดประกวดโคนม ครั้งที่ 37 ชิงถ้วยพระราชทานฯ กระตุ้นเกษตรกรพัฒนาโคนมให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล 
          
      เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2563 ที่ผ่านมาสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2563 ณ บริเวณเชิงเขาตาแป้น อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี โดยมี น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ, นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ หัวหน้าส่วนราชการภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี, นายณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) พร้อมด้วยเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม และประชาชนเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างเนืองแน่น
          น.ส.มนัญญากล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้ อ.ส.ค.จัดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรม ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระองค์ได้พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมให้แก่ปวงชนชาวไทย และเพื่อถ่ายทอดความก้าวหน้าการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ของการเลี้ยงโคนม มีการแลกเปลี่ยนความรู้ทัศนคติและประสบการณ์ระหว่างเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนมในประเทศ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศการประกวดโค ประเภทโคนมมากท้องแรกอายุไม่เกิน 28 เดือน และได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานถ้วยรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศการประกวดโค ประเภทโคนมมากไม่จำกัดอายุ
         
นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดแก่ผู้ประกอบอาชีพการเลี้ยงโคนมและวงการอุตสาหกรรมโคนมของประเทศไทย ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเกิดความภาคภูมิใจในอาชีพ และได้เข้าใจความเป็นมาและวิถีอาชีพการเลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมโคนมของประเทศไทย ส่งผลให้มีการบริโภคนมเพิ่มมากขึ้น สร้างความมั่นคงยั่งยืนต่ออาชีพการเลี้ยงโคนม โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มกราคม-9 กุมภาพันธ์ 2563 ณ บริเวณเชิงเขาตาแป้น อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
         
 ด้านนายณรงค์ฤทธิ์กล่าวอีกว่า อ.ส.ค.ได้จัดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2563 ภายใต้แนวคิด "รักนม รักฟาร์ม สืบสาน รักษา ต่อ ยอดโคนมอาชีพพระราชทาน" โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ จัดเวทีประกวดโคนม ครั้งที่ 37 ชิงถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระ      ปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และงานสัมมนาวิชาการ, นิทรรศการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตร อาทิ การเสาวนาเรื่อง Dairy 4.5 : Smart Application to Smart Farmer : โคนม 4.5 เลือกเทคโนโลยีที่ใช้ให้กับฟาร์มโคนม
          การสัมมนาเรื่องการบริหารฟาร์มยุคใหม่ ก้าวไกลด้วยแอปพลิเคชัน "เซียน" และการสัมมนาเรื่อง การตรวจยีนในโคนมเพื่อเพิ่มมูลค่า เป็นต้น โซนนิทรรศการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตร การสาธิตและการจัดแสดงผลงานวิจัยด้านการพัฒนาโคนมและอุตสาหกรรมโคนมโดยได้รับความร่วมมือจากภาค
          รัฐและภาคเอกชน โซน
          บูธออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และมีการเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลองชิมผลิตภัณฑ์นมไทยเดนมาร์ครสชาติใหม่ๆ
          การประกวดแข่งขันโคนมประเภทต่างๆ การออกร้านจำหน่ายสินค้าโอท็อป และสินค้าที่เกี่ยวกับการเกษตร สัมผัสบรรยากาศฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค การเปิดให้เยี่ยมชมโรงงานผลิตนมไทย-เดนมาร์ค ชมสาธิตการรีดนมโค และการทำปุ๋ยนมสดจากผู้เชี่ยวชาญของฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค และกิจกรรมที่พลาดไม่ได้เลยคือ งาน ThaiDenmark  Milksic Festival ครั้งที่ 3 ที่จะจัด

 กุมภาพันธ์ พบกับศิลปินต่างๆ มากมาย
          นายณรงค์ฤทธิ์กล่าวด้วยว่า โคนมอาชีพพระราชทานเป็นอาชีพอันทรงคุณค่าที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานไว้ให้แก่เกษตรกรไทย ด้วยทรงเล็งเห็นว่าอาชีพการเลี้ยงโคนมจะทำให้ชาวไทยได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่า ทั้งยังสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยได้มีอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน ในด้านการรณรงค์การบริโภคนมของคนไทย ได้มุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมการบริโภคนมในสังคมไทยให้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก เยาวชน และคนรุ่นใหม่ เพื่อเป็นการเสริมสร้างโภชนาการและสุขอนามัยที่ดี
          ทางกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบนโยบายแก่ อ.ส.ค.มาโดยตลอด ในเรื่องการตอกย้ำเพื่อสร้างการรับรู้ในการบริโภคมนม เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนไทยหันมาดื่มนมกันมากขึ้น โดยมีเป้าหมายการเพิ่มปริมาณจาก 18 ลิตร/คน/ปี เป็น 25 ลิตร/คน/ปี ภายในปี 2569
          นอกจากการบริโภคนมคุณภาพดีที่ได้มาจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมของไทย ส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยมีสุขภาพที่ดีแล้ว ยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของกระทรวงเกษตรฯ ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางภาคการเกษตร ตามวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมนมไทยให้พัฒนายิ่งขึ้นไปอีกด้วย
          
สำหรับประวัติความเป็นมา "วันโคนมแห่งชาติ" ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ.2503 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในคราวเสด็จประพาสทวีปยุโรปได้ประทับแรม ณ ประเทศเดนมาร์ก ทรงสนพระทัยในกิจการฟาร์มโคนมของชาวเดนมาร์กเป็นอย่างมาก ด้วยทรงเห็นว่าอาชีพการเลี้ยงโคนมน่าจะเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวไทย หลังจากเสด็จนิวัตประเทศไทย
          รัฐบาลเดนมาร์กได้ถวายโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมเป็นของขวัญแด่ล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์ เพื่อให้ดำเนินโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมในประเทศไทยบรรลุตามเจตนารมณ์ ที่ตั้งไว้ทั้งนี้ได้มีการลงนามในสัญญาความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 20ตุลาคม 2504 โดยได้ดำเนินการจัดตั้ง "ฟาร์มโคนม" และ "ศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย-เดนมาร์ค" ที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
          โดยเมื่อวันที่ 16 ม.ค.2505 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระเจ้าเฟรดเดอริกที่ 9 แห่งประเทศเดนมาร์ก ได้ทรงประกอบพิธีเปิดฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์คอย่างเป็นทางการ และรัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 17 มกราคม ของทุกปีเป็นวันโคนมแห่งชาติ ถือเป็นวันสำคัญยิ่งต่อเกษตรกรที่ประกอบอาชีพการเลี้ยงโคนมในประเทศไทย.

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here