SUPER ปลื้ม! ทริสฯปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรเป็นBBB มีมุมมองแนวโน้ม "Stable" กระแสเงินสดพุ่งต่อเนื่อง TRIS ประเมินอีก 3 ปีข้างหน้า EBITDA แตะ10,000 ลบ. - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563

SUPER ปลื้ม! ทริสฯปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรเป็นBBB มีมุมมองแนวโน้ม "Stable" กระแสเงินสดพุ่งต่อเนื่อง TRIS ประเมินอีก 3 ปีข้างหน้า EBITDA แตะ10,000 ลบ.


 "SUPER " ปลื้ม! ทริสเรทติ้งปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรเป็นระดับ "BBB" จากระดับ "BBB-" พร้อมมีมุมมองแนวโน้มเป็น “Stable” จาก “ Positive” ตอกย้ำฐานะการเงินแข็งแกร่ง กระแสเงินสดเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความสำเร็จในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในต่างประเทศ  ประเมินในปี 2566 จะมี EBITDA แตะ10,000 ล้านบาท ฟาก“จอมทรัพย์ โลจายะ" ประธานคณะกรรมการ ระบุโค้งสุดท้ายปีนี้ เตรียม COD โครงการโซลาร์ฟาร์มในเวียดนาม กำลังการผลิต 550 เมกะวัตต์ ดันผลงานแตะนิวไฮต่อเนื่อง

 

นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานคณะกรรมการ บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ SUPER  เปิดเผยว่า บริษัททริสเรทติ้ง จำกัดได้ปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของ SUPER เป็นระดับ "BBB" จากระดับ "BBB-"พร้อมปรับแนวโน้มอันดับเครดิตเป็น "Stable" หรือ "คงที่" จาก "Positive" เพื่อสะท้อนถึงการที่บริษัทฯประสบความสำเร็จจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งความสามารถในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่ และจำนวนมากขึ้น

 

ขณะที่ SUPER มีแหล่งเงินทุนที่เพียงพอ ต่อการผลักดันการเติบโตให้คงอยู่ในระดับแข็งแกร่งต่อไปได้อีก 3 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี(SUPEREIF) ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับฐานะการเงินได้เป็นอย่างดี และการที่บริษัทฯมีโรงไฟฟ้าที่ดำเนินการแล้วจำนวนมากในปัจจุบันช่วยให้บริษัทสามารถจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม เพื่อใช้เป็นทางเลือกในการระดมทุนสำหรับการขยายธุรกิจได้

 

ทั้งนี้คาดว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานอยู่ในทิศทางที่ดี และเติบโตต่อเนื่อง โดยรายได้จากการดำเนินงานรวมของบริษัท น่าจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.3 หมื่นล้านบาท และกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) น่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาทในปี 2566 การเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้และกำไรจากความสำเร็จในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยและเวียดนาม

 

ขณะที่บริษัทฯมีพอร์ตโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยโรงไฟฟ้าที่ดำเนินการแล้วนั้น มีจำนวนมากกว่า 100 แห่ง และมีกำลังการผลิตรวมตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 868 เมกะวัตต์ และทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่ากำลังการผลิตรวมตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของบริษัทจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 เมกะวัตต์ในอีก 3 ปีข้างหน้า

 

นอกจากนี้ ทริสเรทติ้ง ประเมินว่า SUPER มีจุดแข็งคือ ผลงานเป็นที่ยอมรับในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวนหลายแห่ง อีกทั้งยังสามารถควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้ของบริษัททรงตัวอยู่ในระดับสูงในช่วง 80%-90% ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ เงินทุนจากการดำเนินงานน่าจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 8 พันล้านบาทในปี 2566 จาก 4 พันล้านบาทในปี 2563

 

ปัจจุบันบริษัทฯอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งใหม่ 3 โครงการ คือ Loc Ninh 1-3 มีกำลังกำรผลิตรวมกัน 550 เมกะวัตต์ โดยมีกำหนดจะเปิดดำเนินงานภายในสิ้นปีนี้ ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่อยู่ในแผนงาน โดยบริษัทวางแผนจะเพิ่มกำลังการผลิต 421 เมกะวัตต์จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานงานลม 4 แห่ง ซึ่งมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 2564  อย่างไรก็ตาม บริษัทฯยังมีเป้าจะขยายพอร์ตโรงไฟฟ้าพลังงานขยะอย่างน้อย 22 เมกะวัตต์จาก 2 โครงการใหม่

 

 

บริษัทฯคาดว่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในปีนี้และปีหน้า เนื่องจากจากการรับรู้รายได้จากการขายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ทั้งจากโรงไฟฟ้าเดิม และโรงไฟฟ้าใหม่  รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเวียดนามอีก 3โครงการ มีขนาดกำลังการผลิตรวม 550 เมกะวัตต์ โดยจะทยอย COD ภายในเดือนธันวาคม 2563 ตามแผนที่วางไว้  และคาดว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตประมาณ 15 -20 % เนื่องจากมีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มถึง 1,200 – 1300 เมกะวัตต์

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here