UWC ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ ตัดขาย Non Core โรงไฟฟ้าชีวมวล 3 แห่ง กว่า 851 ล้านบาท จ่อไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด กด D/E เหลือ 1.74 เท่า หนุนฐานะการเงินดีขึ้น พร้อมลุยธุรกิจไฟฟ้าและโทรคมนาคมเต็มสูบ - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

UWC ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ ตัดขาย Non Core โรงไฟฟ้าชีวมวล 3 แห่ง กว่า 851 ล้านบาท จ่อไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด กด D/E เหลือ 1.74 เท่า หนุนฐานะการเงินดีขึ้น พร้อมลุยธุรกิจไฟฟ้าและโทรคมนาคมเต็มสูบ

UWC  จัดทัพ ปรับโครงสร้างธุรกิจ หลังเจรจาขายโรงไฟฟ้าชีวมวล 3 โรงให้ ACE 851 ล้านบาท        เคลียร์หนี้เงินกู้โรงไฟฟ้ากว่า 320 ล้านบาท และเตรียมไถ่ถอนหุ้นกู้ 300 ล้านบาทก่อนกำหนด     กด D/E จากเดิม 3.38 เท่า เหลือ 1.74 เท่า นำเสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติ 20 สค.นี้
นายธีรชัย ลีนะบรรจง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอื้อวิทยา จำกัด(มหาชน) หรือ UWC เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคัญ ด้วยการตัดขายธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (Non Core) โดยบริษัทฯ จะมุ่งเน้นธุรกิจเกี่ยวกับไฟฟ้าและเสาโทรคมนาคม ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์กว่า 53 ปี เพื่อให้ผลประกอบการพลิกฟื้นกลับมามีกำไรให้ได้เร็วที่สุด
บริษัทฯได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นโรงไฟฟ้าชีวมวล กับบริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด(มหาชน) หรือ ACE เพื่อขายโรงไฟฟ้า จำนวน 3 โรง ประกอบด้วย บริษัท ยูดับบลิวซี โกเมน  ไบโอแมส จำกัด จังหวัดนครราชสีมา กำลังการผลิต 9.9 MW  บริษัท ยูดับบลิวซี อำพัน ไบโอแมส จำกัด จังหวัดบุรีรัมย์ กำลังการผลิต 9.5 MW  และบริษัท สตึก ไบโอแมส จำกัด จังหวัดบุรีรัมย์ กำลังการผลิต  7.5 MW โดยทั้ง โรง มีกำลังการผลิตรวม 26.9 MW ในราคารวม 851 ล้านบาท โดยจะนำเสนอให้ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นอนุมัติในวันที่ 20 สิงหาคม 2563 และจะทำการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 21 สิงหาคม 2563
การขายโรงไฟฟ้าชีวมวลทั้ง 3 แห่งนี้ จะทำให้บริษัทสามารถลดภาระการค้ำประกันเงินกู้ของโรงไฟฟ้าที่มีกับธนาคาร กว่า 320 ล้านบาท และจะสามารถนำเงินที่ได้จากการขายไปชำระคืนหุ้นกู้ จำนวน300 ล้านบาท โดยจะเป็นการไถ่ถอนก่อนกำหนด ซึ่งจะทำให้บริษัทประหยัดดอกเบี้ยจ่ายเกือบ 10 ล้านบาท  นอกจากนี้ จะทำให้บริษัทมีภาระหนี้สินและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง รวมทั้งจะทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงจาก 3.38 เท่า เหลือเพียง 1.74 เท่า ส่งผลให้ฐานะการเงินและสภาพคล่องของบริษัทดีขึ้น
 การจำหน่ายโรงไฟฟ้าทั้ง 3 โรงในครั้งนี้ เป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ โดยบริษัทได้หยุดการดำเนินธุรกิจที่ไม่สร้างผลกำไร ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา  อาทิ ธุรกิจพืชพลังงานและก๊าซชีวภาพ
ธุรกิจโรงไม้สับในกัมพูชา จนถึงการขายโรงไฟฟ้าชีวมวลทั้ง แห่งในครั้งนี้  หลังจากนี้บริษัทจะสร้างการเติบโตและผลกำไรโดยเร็วที่สุด จากการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับระบบส่งไฟฟ้าและเสาเทเลคอมในต่างประเทศ ซึ่งจะสร้างรายได้และกำไรให้กับบริ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad