“แม็งโกทรี” โชว์ความสำเร็จ เติบโตสวนโควิดทั้งในไทยและเอเชีย ชูคอนเซปต์ใหม่พลิกวิกฤตเป็นโอกาสให้ร้านอาหารไทย - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2564

“แม็งโกทรี” โชว์ความสำเร็จ เติบโตสวนโควิดทั้งในไทยและเอเชีย ชูคอนเซปต์ใหม่พลิกวิกฤตเป็นโอกาสให้ร้านอาหารไทย

 “แม็งโกทรี” ตอกย้ำแนวคิดใหม่ “คลาวด์คิทเช่น” (Cloud Kitchen) และ “ร้านอาหารในชุมชน” (Community Dining) กระตุ้นการเติบโตก้าวกระโดด ตั้งเป้าเปิดร้านอาหารใหม่รวม 17 แห่งปีนี้ ในตลาดไทย และอีก 5 ประเทศที่สำคัญในเอเชีย

 



คลาวด์คิทเช่นในกรุงเทพฯ ของร้านอาหารโคคา

 

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – แม็งโก้ทรี เวิลด์ไวด์ (Mango Tree Worldwide) ผู้นำด้านการดำเนินงานร้านอาหารไทยระดับโลก เผยความสำเร็จสวนกระแสโควิด เตรียมเพิ่มจำนวนสาขาในต่างประเทศเป็น เท่าในปีนี้ จำนวนมากกว่าเมื่อเทียบกับช่วง ปีที่ผ่านมารวมกัน ชูกลยุทธ์ปั้นคอนเซปต์ใหม่ พลิกวิกฤตเป็นโอกาสให้ร้านอาหารไทย

 

ในปี 2562 แม็งโกทรีได้เปิดร้านอาหาร 10 แห่งทั่วเอเชียใน รูปแบบ จากนั้นลดลงเหลือ แห่งในปี 2563 แต่ในปีนี้ (2564) แม็งโกทรีได้กลับมาเติบโตอีกครั้ง และเปิดร้านอาหารได้ถึง 17 แห่งทั่วภูมิภาค

 


ความเติบโตแบบก้าวกระโดดของแม็งโกทรีในปีนี้ รวมถึงการขยายแบรนด์ในเวียดนาม การขยายตัวสู่ตลาดเดิมอย่างประเทศจีน และการสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจร้านอาหาร ได้แก่ “คลาวด์คิทเช่น” (Cloud Kitchen) ครัวกลางที่เป็นศูนย์ส่งอาหาร และ “ร้านอาหารในชุมชน” (Community Dining) ที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ด้วยความสะดวกและรวดเร็ว โดยทั้ง แนวคิดถือเป็นกระดูกสันหลังของการเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของแม็งโกทรี นอกจากนั้น ในปีนี้ยังมีการวางแผนผลักดันร้านอาหารในต่างประเทศทั้งหมด 83 สาขาในทุกรูปแบบอีกด้วย

 

นายเทรเวอร์ แม็กเคนซี กรรมการผู้จัดการและหุ้นส่วน แม็งโกทรี เวิลด์ไวด์ กล่าวว่า ปีนี้เป็นช่วงเวลาที่ร้อนระอุสำหรับธุรกิจร้านอาหาร แต่เราก็ได้ค้นพบวิธีที่จะฟื้นฟู ปรับตัว และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ซึ่งสามารถช่วยให้เราเปลี่ยนเป็นปีที่เติบโตเป็นประวัติการณ์สำหรับแม็งโกทรี

 

กุญแจสู่การเปลี่ยนแปลง คือการนำ แนวคิดใหม่มาปรับใช้กับการดำเนินธุรกิจ หนึ่งในนั้นคือการย้อนกลับไปที่รากฐานเดิมของแบรนด์โคคา (COCA) เน้นการรับประทานอาหารสำหรับครอบครัว โดยได้ถือกำเนิด “COCA Pop Up” ภายใต้แนวติด “ร้านอาหารในชุมชน” (Community Dining) เสิร์ฟอาหารไทย จีน หม้อไฟ ติ่มซำ และบะหมี่ที่ได้รับความนิยมสูง เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นกลุ่มครอบครัวที่ย้ายที่อยู่อาศัยออกจากเมืองไปยังย่านชานเมืองเป็นจำนวนมาก

  




(ภาพบน) สุกี้ยากี้ได้รับความนิยมในบริการคลาวด์คิทเช่น (ภาพล่าง) ส่งไวถึงหน้าบ้าน

 

อีกแนวคิดที่เป็นนวัตกรรม คือการเปิดตัว “คลาวด์คิทเช่น” (Cloud Kitchensศูนย์กลางการปรุงอาหารและจัดส่งอาหาร โดยใช้ประโยชน์จากการเช่าพื้นที่ราคาต่ำในพื้นที่ที่มีประชากรสูง เพื่อส่งมอบอาหารได้รวดเร็วยิ่งขึ้น คลาวด์คิทเช่นของแม็งโกทรีแห่งแรกตั้งขึ้นในเขตลาดพร้าว และแห่งที่สองคือ กรุงเทพฯ คลาวด์ คิทเช่น (Bangkok Cloud Kitchen) ซึ่งจะจัดตั้งขึ้นภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ รวมถึงที่แรกใน มุมไบ ประเทศอินเดีย ที่กำลังจะเปิดให้บริการในอนาคต

 


แนวคิดใหม่นี้ช่วยกระตุ้นการเติบโตของแม็งโกทรีอย่างเห็นได้ชัด โดยสามารถเปิดร้านอาหารใหม่ทั่วภูมิภาคได้ถึง 17 แห่งในปีนี้ได้แก่ 3 แห่งในเวียดนาม โดยร่วมมือกับ Novaland, 4 แห่งในกรุงปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน, 4 แห่งในฟิลิปปินส์, 3 แห่งในญี่ปุ่น, 1 แห่งในอินเดีย และ แห่งในประเทศไทย

 


เราได้พัฒนาธุรกิจให้นำมาซึ่งความภักดีของลูกค้า รวมถึงการใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น และใช้โอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดในการฟื้นตัวธุรกิจ ตัวอย่างเช่น ก่อนหน้านั้นเราการหาทำเลร้านเช่าในตำแหน่งที่ดีที่สุดถือเป็นเรื่องยาก แต่ในปัจจุบัน เจ้าของพื้นที่เช่าต่างอยากให้เราเข้าไปเช่าพื้นที่เพื่อทำการค้า ช่วยให้เราสามารถขยายสาขาได้มากขึ้น นายเทรเวอร์กล่าวเสริม

 


ร้านอาหารแม็งโกทรีและโคคาในทุกรูปแบบจะเติบโตเป็น 83 แห่งภายในสิ้นปีนี้ และตั้งเป้าไว้สำหรับปี 2565 จะเปิดร้านอาหารเกิน 100 แห่งทั่วภูมิภาค โดยเน้นธุรกิจแฟรนไชส์หลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของสาขาในประเทศจีน เวียดนาม และญี่ปุ่น ซึ่งได้นำนวัตกรรมการทำอาหารที่เชี่ยวชาญมาอย่างยาวนาน ผสานแนวคิดการบริการที่รวดเร็วและมีคุณภาพ

 

รับฟังเทรนด์ธุรกิจอาหารงานแห่งยุค โดย เทรเวอร์ แม็กเคนซี จากงานสัมมนาล่าสุดได้ที่

 https://drive.google.com/file/d/16U9z1REPgE40gD9cVcarwZL2HQFH_zzi/view

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here