JP x TVD ลงนามยกระดับการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ผนึกกำลังปลุกตลาดอาหารเสริมเจาะกลุ่มD2C - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

JP x TVD ลงนามยกระดับการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ผนึกกำลังปลุกตลาดอาหารเสริมเจาะกลุ่มD2C


บมจ. โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี ลงนาม ทีวี ไดเร็ค ผนึกกำลังปลุกตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากธรรมชาติผ่านช่องทาง ทีวี ชอปปิ้ง และช่องทางออนไลน์ เจาะตลาด
Direct to Customer นำร่องผลิตภัณฑ์ Black Sesame Oil + Rice Bran Oil และ Super food โปรตีนจากพืช เจาะตลาดคนรักสุขภาพ และ Aging society เผยผลสำรวจทั่วโลกพบโควิด -19 กระตุ้นยอดขายสินค้าเสริมอาหารเพื่อสุขภาพโต 11% ในปี 2564 และแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในปี 2565 ขณะที่ตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยเติบโตก้าวกระโดด คาดมูลค่าตลาดโตแตะ 1 หมื่นล้านล้านในปี 2568 ช่วยกระตุ้นยอดขาย JP และ TVD เติบโตตามเทรนด์

 


นายสิทธิชัย  แดงประเสริฐ   บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ
JP เปิดเผยว่า ตลาดอาหารเสริมเพื่อสุขภาพได้รับความสนใจและเติบโตอย่างมากในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด -19 จากรายงานของ  Nutrition Business Journal (NBJ) ระบุว่าในปี 2564 ที่ผ่านมาตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั่วโลกเติบโต 11%  และในปี 2565 จะยังเติบโตได้ต่อเนื่องประมาณ 3.8% ซึ่งตัวเลขการเติบโตที่ดูน้อยลงนี้มาจากฐานที่มีขนาดใหญ่และขยายตัวอย่างมากในช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด -19 ที่ผ่านมา แต่ก็ยังถือว่าเป็นตัวเลขการเติบโตอย่างมหาศาล สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในประเทศไทยนั้น JP คาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตไปในทิศทางเดียวกับตลาดโลก ซึ่งไม่เพียงแต่มีปัจจัยสนับสนุนจากสถานการณ์โควิด-19 เท่านั้นที่ส่งเสริมให้ผู้คนในปัจจุบันหันมาใส่ใจสุขภาพทั้งการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์รวมถึงการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและสร้างเสริมสุขภาพที่ดี และมองว่าเทรนด์การรักสุขภาพนี้จะเติบโตต่อไปแม้ว่าจะในอนาคตอาจจะไม่มีการระบาดของโควิด-19 แล้วก็ตาม

จากทิศทางการเติบโตดังกล่าวถือเป็นปัจจัยบวกกับ JP ทั้งในส่วนของธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) และธุรกิจผลิตและจำหน่ายภายใต้แบรนด์สินค้าของบริษัท (Own Brand) ดังนั้นในปีนี้ JP จึงได้เน้นกลยุทธ์เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้เข้าถึงผู้บริโภคที่ครอบคลุมมากขึ้น โดยล่าสุด JP ได้ลงนามเพื่อเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ ทีวีไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD ในการเป็นตัวแทนการจัดจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้แบรนด์ “สุภาพโอสถ” ซึ่งเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นการต่อยอดงานวิจัยจากสมุนไพรไทยและยกระดับพืชเกษตรของไทยสู่การเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารระดับสากล โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะนำร่องจัดจำหน่าย สินค้า 2 ชนิด ประกอบด้วย Black Sesame Oil + Rice Bran Oil ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่มีสรรพคุณที่ตอบโจทย์ผู้คนในยุคปัจจุบันที่สนใจในการดูแลสุขภาพเพราะอุดมไปด้วยไขมันดี (HDL) โอเมก้า 3,6,9 และวิตามิน บี หลากหลายชนิด เหมาะกับตลาดกลุ่มผู้สูงอายุ ที่มีความกังวลเรื่องปวดข้อ ปวดเข่า รวมถึงความกังวลเรื่องไขมันและน้ำตาลสูงนอกจากนี้ยังมี วอล์ฟเฟีย ผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืช (Plant Base Protein) ที่ให้พลังงานสูงเปรียบเสมือนโปรตีนจากธรรมชาติ อีกทั้งยังมีส่วนประกอบของไฟเบอร์ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ที่ต้องการโปรตีนจากพืชเป็นการทดแทน


สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ JP มั่นใจว่าจะทำให้ยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ เติบโตอย่างโดดเด่น ซึ่งจะทำให้เราเข้าถึงลูกค้า D2C (Direct to Consumer)  เนื่องจาก TVD เป็นผู้เชี่ยวชาญในตลาดอีคอมเมิร์ซ มีช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งออนไลน์ และทีวี ชอปปิ้ง มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ รวมถึงมีชื่อเสียงได้รับความเชื่อถือจากลูกค้าทั่วประเทศ จึงคาดว่าในปี 2565 ยอดขายกลุ่มลูกค้า D2C (Direct to Consumer)    ของJP จะเติบโตขึ้นประมาณ  200%

นายทรงพล ชัญมาตรกิจ บ.ทีวีไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD เปิดเผยว่า TVD มีความยินดีในการร่วมเป็นพันธมิตรกับ JP ในครั้งนี้ เนื่องจากเทรนด์การเติบโตของสินค้าเพื่อสุขภาพที่มาแรงในช่วง 2-3 ปีนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจเพราะสะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปซื้อสินค้าที่มาจากธรรมชาติมากขึ้น และสินค้าของ JP จะช่วยสนับสนุนยอดขายของ TVD เช่นกัน ซึ่ง TVD เป็นผู้นำตลาดทีวี ชอปปิ้ง มีช่องทางการจำหน่ายผ่านทีวีช่องทีวีดิจิตอลและแซทเทิลไลท์  และปัจจุบันเรามีช่องทางการจำหน่ายออนไลน์อย่างครอบคลุม  โดยเฉพาะช่องทาง Social Commerce เช่น TikTok ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น รวมถึงช่องทาง www.tvdirect.tv และ แอปพลิเคชั่น TVD ทำให้ TVD เข้าถึงลูกค้าทุกช่องทาง สามารถสร้างยอดขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ปัจจุบันตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยถือว่าเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยปัจจุบันมีผู้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตประมาณ 57 ล้านคน จากข้อมูลของ ETDA พบว่าตลาดอีคอมเมิร์ซปี 2563 มีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 3.78 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 4.01 ล้านล้านบาทในปี 2564 ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของ Google ที่ระบุว่าอีคอมเมิร์ซจะเป็นแรงผลักดันที่สำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย และคาดว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในทศวรรษหน้า ภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซปี 2564 เติบโตขึ้นถึง 68% จากปีก่อน โดยมีมูลค่าสูงถึง 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณมากกว่า 6 แสนล้านบาทในปี 2564 และคาดว่าจะแตะ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 หรือประมาณมากกว่า 1 หมื่นล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ท้าทายของ TVD และ JPเช่นกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here