YLG เปิดทิศทางทองคำครึ่งปีหลังสัญญาณยังเป็นบวก แม้นโนบายการเงินเฟดสร้างความเสี่ยงมากขึ้น แนะจับตา 5 ปัจจัยมีผลต่อราคาทองคำ - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

YLG เปิดทิศทางทองคำครึ่งปีหลังสัญญาณยังเป็นบวก แม้นโนบายการเงินเฟดสร้างความเสี่ยงมากขึ้น แนะจับตา 5 ปัจจัยมีผลต่อราคาทองคำ

 


วายแอลจี เผยคงเป้าหมายราคาทองคำระยะยาวที่ 1,960 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เผยการเคลื่อนไหวยังเป็นไปตามฤดูกาลทองคำที่มักปรับตัวลดลงในไตรมาส 1-2 และปรับตัวขึ้นในไตรมาส 3-4 แนะจับตา ปัจจัย มีผลต่อทองคำ 1. นโยบายการเงินของเฟดที่เป็นปัจจัยเสี่ยงด้านต่ำที่สำคัญ 2. สถานการณ์โควิด 3. การเคลื่อนไหวค่าเงิน ดอลลาร์-ยูโร 4. ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี และ 5. อุปสงค์ทองคำ  โดยเฉพาะการเข้าซื้อทองคำของกองทุน SPDR และอุปสงค์ทองกายภาพ  ขณะที่สถานการณ์ในประเทศค่าเงินบาทอ่อนหนุนราคาทองในประเทศพุ่งแรงกว่าตลาดโลก ชี้เป็นจังหวะให้นักลงทุนสามารถแบ่งพอร์ตเก็งกำไรทองคำในประเทศได้

 


นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ที่ผ่านมาแม้ราคาทองคำในตลาดโลกจะปรับตัวลดลง 6-7% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากแรงขายหลังการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ประจำเดือนมิ.ย.ที่ส่งสัญญาณเตรียมถอนคันเร่งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทางการเงิน  แต่ล่าสุดรายงานการประชุมชี้ว่กรรมการเฟดส่วนใหญ่มองว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในขณะนี้ยังไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของเฟดที่ต้องการเห็นเศรษฐกิจ “substantial further progress” สะท้อนว่าเฟดยังคงระมัดระวังในการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย  ขณะที่รอบของการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในแต่ละปีจะปรับตัวขึ้นไปในช่วงไตรมาสที่ 3-4 และจะเริ่มปรับลดลงในไตรมาสที่ 1-2 ทำให้อาจเห็นสัญญาณบวกอีกครั้งในครึ่งปีหลัง โดยการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในปีนี้ก็ยังถือว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับปีที่ผ่านมา


อย่างไรก็ดีเมื่อต้นปี 
YLG ได้ให้เป้าหมายการเคลื่อนไหวของราคาทองคำไว้ที่ 1,960  ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาราคาทองคำก็เข้าไปใกล้เป้าหมายดังกล่าว แต่ยังไม่สามารถผ่านไปได้ จึงปรับตัวลดลงเพื่อสะสมกำลังอีกครั้ง อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ YLG ยังมองว่าราคาทองคำมีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบเป้าหมายดังกล่าวอีกครั้ง หากเฟดยังไม่เร่งถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ  หรือ หากการระบาดของโควิดสายพันธุ์เดลต้ารุนแรงขึ้น  ทั้งนี้  ในปีนี้ราคาทองคำในประเทศมีแนวโน้มจะปรับตัวมากขึ้นราคาทองคำในตลาดโลก  เพราะราคาทองคำในประเทศได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าทะลุ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ  ทำให้ทองไทยมีลุ้นแตะ 30,400 บาทต่อบาททองคำ  หากราคาทองโลกแตะเป้า 1,960  ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

 


สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำในครึ่งหลังของปีนี้หลักๆมาจาก ปัจจัยได้แก่

1.       นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) แม้ว่าช่วงครึ่งปีแรกจะมีความกังวลเรื่องเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าที่คาด แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจแม้จะเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นแต่ก็ไม่ได้ดีพอที่จะทำให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้  อย่างไรก็ดีประเด็นนี้ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าการประชุมของเฟดในแต่ละครั้งจะส่งสัญญาณอย่างไรบ้าง  เพราะหากเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย  หรือ  เริ่มต้นลดวงเงิน QE เร็วกว่าคาด  จะถือเป็นความเสี่ยงด้านต่ำต่อการคาดการณ์เชิงบวกของราคาทองคำ

2.       การแพร่ระบาดของโควิด 19 ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา แม้ทั่วจะมีการกระจายวัคซีนอย่างแพร่หลาย แต่การกลายพันธุ์ของเชื้อโควิด 19 ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

3.     ค่าเงินสกุลหลัก ทั้งดอลลาร์สหรัฐ และยูโร เป็นสกุลเงินที่มีผลต่อการไหลเข้าออกของเงินลงทุนในตลาดทองคำ โดยราคาทองคำส่วนมากจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกับดอลลาร์สหรัฐ และเคลื่อนไหวทิศทางเดียวกับยูโร แต่ก็มีบางครั้งที่ทองคำเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับดอลลาร์สหรัฐ เช่น กรณีที่นักลงทุนโยกเงินจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าลงทุนสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งหมายถึง ทองคำ และดอลลาร์สหรัฐ

4.       อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งหากผลตอบแทนเริ่มลดลงนักลงทุนก็เริ่มประเมินว่าเส้นทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มมีความเสี่ยง และจะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย

5.       อุปสงค์ทองคำ  ทั้งกระแสเงินทุนไหลเข้า-ออก  กองทุน ETF ทองคำ อุปสงค์ทองคำกายภาพจากจีนและอินเดีย  และแรงซื้อทองคำจากธนาคารกลาง

 

ทั้งนี้นักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำในช่วงครึ่งปีหลังนั้นมีคำแนะนำแบ่งพอร์ตการลงทุนเป็นการลงทุนทั้งในรูปแบบของทองคำตามราคาตลาดโลก และลงทุนทองคำในประเทศเพราะจากสถานการณ์ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงนี้การลงทุนทองคำในประเทศจะทำให้ได้ผลตอบแทนที่ดีจึงสามารถแบ่งพอร์ตลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงได้ สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในทองคำรูปแบบต่างๆ เช่น ลงทุนในทองคำแท่งสามารถดูรายละเอียดได้ทาง  www.ylgbullion.co.th หรือ โทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-687-9888  และผ่านทางเพจเฟสบุ๊คของบริษัท https://www.facebook.com/YLGGroup และหากสนใจการลงทุนทองคำในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Gold Online Futures และ Gold Futures ) สามารถติดต่อได้ทาง  www.ylgfutures.co.th หรือ โทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-687-9999 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here