HL โรดโชว์ออนไลน์กระแสแรง โชว์ศักยภาพธุรกิจร้านขายยาแบบ Chain Store ภายใต้ 4 แบรนด์แกร่ง หนุนมูลค่าเพิ่ม ดันอนาคตโตก้าวกระโดด - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

HL โรดโชว์ออนไลน์กระแสแรง โชว์ศักยภาพธุรกิจร้านขายยาแบบ Chain Store ภายใต้ 4 แบรนด์แกร่ง หนุนมูลค่าเพิ่ม ดันอนาคตโตก้าวกระโดด

 บมจ. เฮลท์ลีด (HL) ปลื้ม! กระแสตอบรับโรดโชว์บนแพลตฟอร์มออนไลน์คึกคัก โชว์จุดเด่นธุรกิจร้านขายยาค้าปลีกในรูปแบบ Chain Store รายแรกเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น ภายใต้แบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูง ทั้ง 4 แบรนด์หลัก "iCare - Pharmax- vitaminclub-Super Drug" มีสินค้ากว่า 10,000 รายการ และมีสาขา 25 แห่ง ตั้งอยู่ในทำเลชุมชนที่อยู่อาศัย สามารถสร้างรายได้และกำไรได้ดี มีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในเดือนธ.ค.นี้  พร้อมตั้งเป้าขยายสาขาปีละ 4-5 แห่ง ลุยผลักดันธุรกิจนวัตกรรม ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ PRIME และ Besuto ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคการดูแลสุขภาพเป็นสิ่งจำเป็น ช่วยต่อยอดอนาคตโตก้าวกระโดด 

            


นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินในการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) ของบริษัทเฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) หรือ HL เปิดเผยว่า ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา ทีมผู้บริหาร HL และที่ปรึกษาทางการเงินได้ร่วมกันนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) บนแพลตฟอร์มออนไลน์ให้กับนักลงทุนได้เข้าใจถึงภาพรวมธุรกิจและแผนการดำเนินงานในอนาคต รวมทั้งให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโต ภายหลังจากการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)  โดยคาดว่าจะสามารถระดมทุนและเข้าจดทะเบียนได้ภายในเดือนธันวาคม 2564 

            "การโรดโชว์ในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดีเยี่ยม เนื่องจาก HL เป็นธุรกิจร้านขายยาค้าปลีกในรูปแบบ Chain Store รายแรกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายใต้แบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงทั้ง 4 แบรนด์หลัก ประกอบด้วย iCare - Pharmax- vitaminclub-Super Drug ซึ่งจะสามารถช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ขณะที่มีจำนวนสินค้ากว่า 10,000 รายการ และมีจำนวนสาขา 25 แห่ง โดยตั้งอยู่ในทำเลชุมชน ซึ่งแต่ละสาขาสามารถสร้างรายได้และกำไรเติบโตต่อเนื่อง รวมทั้งการมีทีมผู้บริหารเป็นเภสัชกร พร้อมด้วยประสบการณ์ตรงในธุรกิจร้านขายยานานกว่า 28 ปี ทำให้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตได้อย่างยั่งยืน" 

            เขากล่าวอีกว่า HL เป็นบริษัทที่มีศักยภาพการเติบโตได้อีกมากในอนาคต เนื่องจากยังมีบริษัทบริษัท เฮลทิเนส จำกัด (Healthiness Company Limited) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้น 100% ซึ่งประกอบธุรกิจคิดค้น และพัฒนาร่วมกับทีมวิจัยภายนอก รวมทั้งว่าจ้างผู้ผลิต เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ภายใต้ 2  แบรนด์ ได้แก่ PRIME เป็นแบรนด์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก มีผลิตภัณฑ์จำนวนทั้งหมด 25 SKU ส่วนแบรนด์ Besuto เป็นแบรนด์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรม ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ ผลิตภัณฑ์สลายกลิ่น และผลิตภัณฑ์หน้ากาก ซึ่งมีจำหน่ายทั้งหมด 9 SKU และสินค้าส่วนใหญ่จำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกของกลุ่มบริษัท โดยปัจจุบัน เฮลทิเนส ยังมีแผนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง และที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์ใหม่จะได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม เนื่องจากเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคการดูแลสุขภาพเป็นสิ่งจำเป็น ตลอดจนเป็นสินค้าที่มีความสามารถในการทำกำไรสูง ดังนั้นจะช่วยต่อยอดการเติบโตในอนาคตได้แบบก้าวกระโดด 

            ทั้งนี้ HL มีแผนจะระดมทุนโดยเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวน 72 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (Par) 0.50 บาท คิดเป็น 26.47% ของจำนวนหุ้นที่ออก และเรียกชำระแล้วทั้งหมด  

            


ภก.ธัชพล ชลวัฒนสกุล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) หรือ HL กล่าวว่า วัตถุประสงค์ในการระดมทุนในครั้งนี้บริษัทฯจะนำเงินไปขยายสาขาและปรับปรุงสาขา รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยได้ตั้งเป้าหมายที่จะขยายสาขาปีละ 4-5 แห่ง ซึ่งจะเน้นในทำเลที่เป็นแหล่งชุมชนและที่อยู่อาศัย โดยแต่ละแบรนด์ก็เจาะกลุ่มลูกค้าที่ต่างกัน ทำให้ปัจจุบันบริษัทฯมีฐานลูกค้าครอบคลุมทุกระดับ และการมีเภสัชกรประจำอยู่ตลอดเวลา ทำให้เป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากร้านขายยาในปัจจุบัน  

            "การขยายสาขาถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการผลักดันรายได้ของ HL และยังมีธุรกิจนวัตกรรม เป็นธุรกิจแห่งอนาคต ที่จะต่อยอดการเติบโต ซึ่งเชื่อว่า ยังมีโอกาสขยายธุรกิจได้อีกมาก เนื่องจากเทรนด์การดูแลสุขภาพที่กำลังมาแรง และเป็นสิ่งจำเป็นหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้คนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น รวมทั้งการที่สังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ยิ่งเป็นอีกแรงกระตุ้นให้ธุรกิจยา ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และเครื่องสำอาง ตลอดจนอุปกรณ์ทางการแพทย์ จะเติบโตได้ดี โดยมูลค่ารวมของตลาดยาอยู่ที่ประมาณ 35,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายในปี 2563 ของ HL อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาทเท่านั้น ดังนั้นจึงมีโอกาสการเติบโตได้อีกมาก" ภก.ธัชพลกล่าวในที่สุด 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here