ส.อ.ท. เปิดผลสำรวจ “พร้อมหรือไม่? กับเป้าหมาย Net Zero” - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ส.อ.ท. เปิดผลสำรวจ “พร้อมหรือไม่? กับเป้าหมาย Net Zero”

 


นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 13 ในเดือนธันวาคม 2564 ภายใต้หัวข้อ พร้อมหรือไม่กับเป้าหมาย Net Zero” พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. เห็นด้วยกับเป้าหมายของประเทศไทยในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) และการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี ค.ศ. 2065 (พ.ศ. 2608) โดยมองว่า การปรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการจัดหาพลังงานสะอาดให้เพียงพอกับความต้องการ เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล จะเป็นประเด็นท้าทายของประเทศไทยในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ซึ่งภาคอุตสาหกรรมจะต้องปรับตัวเพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ภายใต้ ระเบียบวิธีการที่มีความเหมาะสมกับบริบทของประเทศ เพื่อให้เกิดการใช้กลไกตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตอย่างมีประสิทธิภาพ

 


จากการสำรวจผู้บริหาร ส
... (CEO Survey) จำนวน 160 ท่าน ครอบคลุมผู้บริหารจาก 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด มีสรุปผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 13 จำนวน 7 คำถาม ดังนี้

1.      ภาคอุตสาหกรรมมีความเห็นอย่างไรกับเป้าหมายของประเทศ ในการเป็น Carbon Neutrality ภายในปี 2050 (พ.. 2593) และ Net Zero ภายในปี 2065 (พ.. 2608)

อันดับที่ 1 เห็นด้วย                                                                                         70.7%

อันดับที่ 2 : ควรขยายเป้าหมายออกไปอีก 5 – 10 ปี                                   16.2% 

อันดับที่ 3 : ควรปรับเป้าหมายให้เร็วขึ้น                                                  13.1% 

2.      ภาคอุตสาหกรรมมีความพร้อมในการซื้อขายคาร์บอนเครดิตหรือไม่ เพื่อสนับสนุนการมุ่งสู่ Carbon Neutrality

อันดับที่ 1 อยู่ระหว่างศึกษา                                                                           72.5%

อันดับที่ 2 : มีความพร้อมดำเนินการได้ทันที                                             17.5%

อันดับที่ 3 : ยังไม่มีความพร้อม                                                             10.0%

3.      ปัจจัยใดจะช่วยส่งเสริมให้กลไกตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตและแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตให้มีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการเป็น Carbon Neutrality

อันดับที่ 1 : ระเบียบวิธีการที่มีความเหมาะสมกับบริบทของประเทศ               73.1%

                   และไม่ซับซ้อน

อันดับที่ 2 มาตรการหรือสิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสริมตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิต   72.5%

               เช่น มาตรการด้านการเงิน                     

อันดับที่ 3 : การพัฒนากลไกตลาดและมาตรฐานการซื้อขายคาร์บอนเครดิต          68.1%

               ของประเทศให้เป็นที่ยอมรับระดับสากล

อันดับที่ 4 : ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอยู่ในระดับที่เหมาะสม                          66.9%

4.      ประเด็นท้าทายของไทยในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero

อันดับที่ 1 การปรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และการจัดหา                75.0%

                  พลังงานสะอาดให้เพียงพอกับความต้องการ
                  เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล

อันดับที่ 2 : นโยบาย กฎระเบียบ และมาตรการจูงใจที่สนับสนุน                       72.5%

               การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG)                                 

อันดับที่ 3 : เทคโนโลยี/นวัตกรรมคาร์บอนต่ำ รวมทั้งเทคโนโลยีกักเก็บ              66.9% 

               และการนำคาร์บอนไปใช้ประโยชน์ (CCUS) ที่มีราคาเหมาะสม

อันดับที่ 4 : การสร้างจิตสำนึกและความตระหนักของผู้บริโภคเพื่อให้ความสำคัญ    62.5%

               กับผลิตภัณฑ์/บริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม         

5.      ภาคส่วนใดที่มีส่วนสำคัญที่สุดในการทำให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero

อันดับที่ 1 ภาคพลังงานและขนส่ง                                                                  50.0%

อันดับที่ 2 : ภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์                        29.4%

อันดับที่ 3 : ภาคการจัดการของเสีย                                                       11.3%

อันดับที่ 4 : ภาคเกษตรกรรม                                                                9.3%

6.      ภาคอุตสาหกรรมจะต้องปรับตัวมากน้อยเพียงใด จากเป้าหมาย Net Zero

อันดับที่ 1 ต้องปรับตัวเพราะเป็นโอกาสทางธุรกิจ                                          55.0%             

อันดับที่ 2 : ต้องปรับตัวบ้าง                                                                24.4%

อันดับที่ 3 : ต้องปรับตัวอย่างมาก เพราะได้รับผลกระทบโดยตรง                     20.6%

7.      ภาคอุตสาหกรรมมีความกังวลต่อการปฏิบัติตามมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเรื่องใด

อันดับที่ 1 กฎระเบียบใหม่ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ                   68.8%

อันดับที่ 1 : ต้นทุนทางการเงินในการปรับปรุงกระบวนการผลิต                          68.8%

                   เพื่อลดการปล่อย GHG และราคาพลังงานทดแทนอาจสูงขึ้น

อันดับที่ 3 : มาตรการและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ                 59.4%

               เช่น CBAM, การติดฉลากคาร์บอน

อันดับที่ 4 : มาตรฐานการคำนวณและรับรองคาร์บอนเครดิตที่มีความแตกต่างกัน   51.2%

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here