บมจ.ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง (TPCH) เผยเริ่มทดสอบระบบจ่ายไฟฟ้าโครงการโรงไฟฟ้าขยะ"สยาม พาวเวอร์" ขนาดกำลังผลิต 9.5 เมกะวัตต์แล้ว เตรียมความพร้อม COD ภายในไตรมาส 4/2564 ตามกำหนด ฟากบิ๊กบอส "กนกทิพย์ จันทร์พลังศรี"ระบุ จะช่วยสนับสนุนให้กำลังผลิตไฟฟ้าในสิ้นปีนี้เพิ่มเป็น 116.3 เมกะวัตต์ จากเดิม 106.8 เมกะวัตต์ เดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล แม่ลานและโรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล บันนังสตา คาดปีหน้ามีความชัดเจน พร้อมลุยศึกษาลงทุนโรงไฟฟ้าขยะเพิ่มอีก 4-6 แห่ง เพื่อผลักดันให้กำลังผลิตในมือแตะระดับ 250 เมกะวัตต์ในปี 2566
นางกนกทิพย์ จันทร์พลังศรี ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (
TPCH) เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินงานไตรมาส 4/2564 บริษัทฯ เตรียมความพร้อมที่จะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ในโครงการโรงไฟฟ้าขยะ สยาม พาวเวอร์ (SP) ขนาดกำลังการผลิต 9.5 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขยะแห่งแรกของบริษัทฯ โดยล่าสุดอยู่ระหว่างการทดสอบระบบการจ่ายไฟฟ้าแล้ว ดังนั้น คาดว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ตามเป้าหมายที่วางไว้"โรงไฟฟ้าขยะ สยาม พาวเวอร์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดสอบระบบการจ่ายไฟฟ้า และเมื่อโรงไฟฟ้าขยะฯ สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ ก็จะทำให้บริษัทฯ มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมเป็น 116.3 เมกะวัตต์ จากเดิม 106.8 เมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าประเภทชีวมวลที่ COD ไปแล้ว จำนวน 10 แห่ง ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าชีวมวล CRB, MWE, MGP, TSG, PGP, SGP , PTG ,TPCH 5 , TPCH 1 และ TPCH 2 และยังมีโรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล แม่ลานและโรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล บันนังสตา ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างและมีแผนกำหนด COD ในปีหน้า เชื่อว่าโครงการทั้งหมด จะเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้ผลงานของบริษัทเติบโตได้อย่างมั่นคง” นางกนกทิพย์กล่าว
ด้านนายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ
TPCH กล่าวว่า การที่มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบหลักการในการรับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) สำหรับปี 2565 สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) กำลังผลิตติดตั้งไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ ภายใต้กรอบอัตราค่าไฟฟ้าสูงสุดที่ 5.08 บาทต่อหน่วย (FiT Premium 8 ปี 0.70 บาท/หน่วย) และสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) กำลังผลิตติดตั้งมากกว่า 10 – 50 เมกะวัตต์ ภายใต้กรอบอัตราค่าไฟฟ้าสูงสุดที่ 3.66 บาทต่อหน่วย โดยมีระยะเวลาการสนับสนุน 20 ปี จะส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของโรงไฟฟ้าขยะ สยาม พาวเวอร์อย่างไรก็ตาม อัตรารับซื้อไฟฟ้าดังกล่าว ยังต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จึงจะได้ข้อสรุปอีกครั้ง
"ปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างการศึกษา และพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะเพิ่มเติม อีกประมาณ 4-6 แห่ง ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) และอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาอัตราผลตอบแทนในการลงทุนของแต่ละโครงการ เพื่อสร้างความคุ้มค่าในการลงทุนในระยะยาว คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในปี 2565 เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการมีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 250 เมกะวัตต์ภายในปี 2566 แบ่งออกเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล ชีวภาพ ขนาด 200 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าขยะ ขนาด 50 เมกะวัตต์" นายเชิดศักดิ์ กล่าวในที่สุด
อนึ่ง ภาพรวมผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือนของปี 2564 มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,870.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.3% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มีรายได้รวมเท่ากับ 1,305.39 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 147.62 ล้านบาท
ขณะที่งวดไตรมาส 3/2564 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 660.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีรายได้รวมเท่ากับ 472.97 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 51.75 ล้านบาท
นอกจากนี้ ที่ผ่านมาที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 5/2564 ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.343 บาท รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 137.61 ล้านบาท โดยจ่ายจากกำไรสุทธิ ซึ่งกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 7 ธันวาคม 2564
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น