Work From Home วิถีการทำงานรูปแบบใหม่กับผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ โดย จิม ฟาลเทอเสค รองประธานอาวุโส ฝ่ายกิจการองค์กร 3เอ็ม ภูมิภาคเอเชีย และกรรมการผู้จัดการ 3เอ็ม ประเทศเกาหลี - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2565

Work From Home วิถีการทำงานรูปแบบใหม่กับผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ โดย จิม ฟาลเทอเสค รองประธานอาวุโส ฝ่ายกิจการองค์กร 3เอ็ม ภูมิภาคเอเชีย และกรรมการผู้จัดการ 3เอ็ม ประเทศเกาหลี

 


ปรากฏการณ์การลาออกครั้งใหญ่ หรือ Great Resignation” ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2021  และยังคงไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ โดยจากผลสำรวจความคิดเห็นพนักงานทั่วโลกพบว่าพนักงาน 1 ใน 5 คนมีแผนที่จะลาออกจากงานภายในปีนี้  โดยพนักงานกว่า 50% และ 47% จากการสำรวจ ระบุว่า ปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนงาน คือความยืดหยุ่นในการเลือกเวลาและสถานที่ในการทำงานได้  แม้ว่าบริษัทชั้นนำมากมายออกนโยบายให้พนักงานกลับเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศ แต่ผลสำรวจแสดงว่าแม้วิกฤตโควิดจะหมดไปก็ตาม  56% ของพนักงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงต้องการการทำงานแบบยืดหยุ่น (Flexible Work) เพื่อที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน  เราจึงจำเป็นต้องตั้งคำถามว่า ทำไมจึงอยากให้พนักงานกลับเข้ามาทำงานในออฟฟิศ หากจะต้องเสี่ยงในการสูญเสียพนักงานที่มีความสามารถ

 

นายจิม ฟาลเทอเสค รองประธานอาวุโส ฝ่ายกิจการองค์กรของ 3เอ็ม ภูมิภาคเอเชีย และกรรมการผู้จัดการของ 3เอ็ม ประเทศเกาหลี เผยว่า ในช่วงแรกของวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ความกังวลที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการทำงานร่วมกันจากคนละที่จะมีผลกระทบต่อคุณภาพของงาน แต่ผลลัพธ์ที่น่าแปลกใจคือ ทีมของเราสามารถทำงานร่วมกันได้ดีกว่าเดิม สามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมายและตามกำหนดการไม่ได้ด้อยไปกว่าเดิมเลย และยิ่งไปกว่านั้น จากหลากหลายผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่าธุรกิจที่ปรับใช้การทำงานแบบเสมือน หรือ Virtual Work นั้นสามารถบรรลุประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงขึ้นได้

 

สำหรับประเทศไทยนั้น ผลสำรวจได้พบว่า พนักงาน 6 ใน 8 คน มีประสิทธิภาพในการทำงานเท่าเดิม หรือสูงขึ้นเมื่อทำงานจากที่บ้าน ด้วยเหตุนี้ พนักงานในกลุ่มนี้จึงมีความต้องการให้บริษัทมีมาตรการทำงานจากที่บ้าน หรือ Work From Home ต่อไปในอนาคตและสิ่งนี้กลายเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งขึ้นที่ส่งผลต่อระดับความพึงพอใจของพนักงานในการทำงาน รวมถึงการตัดสินใจในการเปลี่ยนงานอีกด้วย

 

วิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้ช่วยยืนยันได้ว่าพนักงานสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและประสบความสำเร็จได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำงานในออฟฟิศและยังทำให้เราเรียนรู้ที่จะมุ่งเน้นคุณภาพของผลลัพธ์มากกว่าจำนวนชั่วโมงในที่ทำงาน ซึ่งเป็นแนวคิดที่ล้าสมัยในการวัดประสิทธิภาพในการทำงานสิ่งนี้ยังบอกให้องค์กรเชื่อมั่นในพนักงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับองค์กร โดยไม่ต้องคำนึงถึงวิธีการทำงานของพนักงานมากเกินไป รวมถึงการสื่อสารถึงความเชื่อมั่นนั้นที่องค์กรมีต่อพนักงานให้พนักงานรับรู้ด้วย และความเชื่อมั่นนี้จะส่งผลดีต่อองค์กร โดยจากการวิจัยพบว่าความเชื่อมั่นช่วยสร้างความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรและส่งเสริมการมีสุขภาวะที่ดีของพนักงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีให้แก่องค์กร

จากประสบการณ์การทำงานแบบทางไกล (Remote Work) และการใช้โมเดลการทำงานแบบยืดหยุ่น ซึ่งอาศัยความเชื่อมั่นในพนักงาน (Flexible and Trust-based Work Model) ในระยะหลายเดือนที่ผ่านมา ผมขออธิบายโมเดลการทำงานที่ 3เอ็ม ได้ริเริ่มนำมาใช้ ซึ่งเราเรียกว่า Work Your Wayที่ช่วยยกระดับการทำงานไปอีกขั้น โดยเป็นรูปแบบการทำงานแบบยืดหยุ่น แบบผสม หรือทางไกล ทำให้เราสามารถเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นต่อไป

 

สรรหาจังหวะเวลาที่มีความหมาย (Moments That Matter) เริ่มจากระดับบนขององค์กร

ภาวะผู้นำต้องการทั้งความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัว เราจึงควรหาหนทางที่จะสร้าง “จังหวะเวลาที่มีความหมาย” ไม่ว่าทีมของเราจะทำงานที่ไหนก็ตาม องค์กรจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ในการวางแผนการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีที่เกี่ยวกับงานและส่วนตัว ทั้งในรูปแบบเสมือน หรือการพบปะแบบเห็นหน้าเห็นตา โดยกลยุทธ์นั้นจะแตกต่างกันไป แล้วแต่ขนาดของทีม วิธีการทำงาน ความชอบ และบุคลิกภาพของแต่ละคน ซึ่งอาจรวมถึงการประเมินผลการดำเนินงาน การฉลองความสำเร็จแต่ละขั้น หรือกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ภายในทีม หรือกิจกรรมรูปแบบอื่นๆ โดยจังหวะเวลาเหล่านี้อาจไม่จำเป็นต้องเป็นการเจอตัวกันจริงๆ แต่จะต้องพูดคุยกันในรูปแบบที่มีประสิทธิภาพและมีความหมายมากที่สุดที่จะให้พนักงานรับรู้ได้ว่าองค์กรเห็นคุณค่าของพนักงาน

 

สำหรับตัวผมเองซึ่งทำงานอยู่ที่ประเทศเกาหลี ผมมักจะหาเวลาที่จะพบปะและพูดคุยกับทีมของผม สำหรับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทีมอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งผมต้องบริหารจัดการด้วยนั้น ผมจัด Town Hall และเวลาในการพูดคุยกับทีมเป็นประจำ เช่นเดียวกับผู้บริหารหลายท่านที่จัดการประชุมออนไลน์กับทีมต่างๆ เป็นประจำ ซึ่งทำให้เรามีเวลาได้พบปะพูดคุยกับสมาชิกในทีมที่เราอาจไม่ค่อยได้เจอมากขึ้น ได้รับฟังมุมมอง และทัศนคติที่เป็นประโยชน์ทำให้เราสามารถนำทีมได้ดีขึ้นด้วย

ลงทุนในทรัพยากรเพื่อให้การเตรียมความพร้อมให้พนักงานใหม่ (Onboarding) ประสบความสำเร็จ

ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการทำงานแบบยืดหยุ่น หรือทางไกลนั้นมักจะยกเรื่องความยากลำบากของการทำ Virtual Onboarding กับผู้ที่พึ่งเริ่มงานมาเป็นประเด็น โดยบอกว่ามันเป็นสิ่งที่ท้าทายอยู่แล้วในการที่ทำให้พนักงานใหม่เข้าใจกระบวนการ วิธีทำงาน ระบบ ซอฟต์แวร์ วัฒนธรรมขององค์กร และการทำแบบออนไลน์ล้วนๆ ย่อมเพิ่มความซับซ้อนเข้าไปอีกขั้น มุมมองนี้ถือว่ามีเหตุผล แต่ผมก็มองว่าบริษัทต่างๆ ยังไม่เข้าใจวิธีการในการทำ Virtual Onboarding ให้มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง โดยองค์กรสามารถพัฒนากระบวนการ Virtual Onboarding ได้ด้วยวิธีต่างๆ โดยอันดับแรกต้องหาวิธีปฏิบัติที่ช่วยให้พนักงานใหม่ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าพนักงานจะเลือกทำงานแบบทางไกล ตัวอย่างเช่น การให้คำแนะนำพนักงานที่ชัดเจนครบถ้วน การใช้วิดีโอ หรือการจัดตารางการพบปะพูดคุยทั้งที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการกับพนักงาน

 

นอกจากนั้น องค์กรควรจัดให้มีเครือข่ายเฉพาะสำหรับพนักงานใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกที่สามารถสร้างคอนเนคชัน หรือสามารถติดต่อกับผู้อื่นและเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กรได้เร็วยิ่งขึ้น สำหรับที่ 3เอ็ม เรามีโปรแกรม New Employee Opportunity Networkหรือ NEON ซึ่งเป็นเครือข่ายสำหรับพนักงานใหม่ที่ช่วยเชื่อมโยงและกระตุ้นการเติบโตของพนักงานใหม่ ผ่านการสร้างเครือข่ายเฉพาะทาง การพัฒนา และการสร้างโอกาสการเป็นผู้นำ เพื่อให้พนักงานใหม่เหล่านี้สามารถขับเคลื่อนกลยุทธ์ วัฒนธรรม และดำเนินงานขององค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

 

The Future of Work - การทำงานแห่งอนาคตต้องให้พนักงานเลือกรูปแบบที่เหมาะกับตนเอง

ภายใต้เงื่อนไขที่การบริหารจัดการเป็นไปอย่างเหมาะสม การให้พนักงานเลือกวิธีในการทำงานที่ตนชอบจะไม่ส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ การทำงานแบบยืดหยุ่นนั้นไม่ได้หมายถึงแค่การเลือกกะว่าจะทำงานกะไหน แต่ยังหมายถึงการให้อิสระในการเลือกเวลาที่จะเข้าทำงานตามใจพนักงานด้วย

 

นอกจาก 3เอ็ม แล้วยังมีบริษัทอีกหลายแห่งที่ให้พนักงานสามารถเลือกได้ว่าจะทำงานอย่างไร เมื่อไหร่ และจากที่ไหน ซึ่งการใช้โมเดลการทำงานแบบยืดหยุ่นที่อาศัยความเชื่อมั่นในพนักงานนั้นถือเป็นวิธีการที่ก้าวหน้าสำหรับการทำงานในอนาคต ที่จะช่วยรักษาพนักงานที่มีศักยภาพให้อยู่กับองค์กร ทั้งพนักงานที่เป็นคนรุ่นใหม่และพนักงานที่มีครอบครัว ซึ่งการทำงานไปพร้อมกับหน้าที่การดูแลบุตร เรียกได้ว่าเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ แต่ด้วยโมเดลการทำงานใหม่ของ 3เอ็ม นั้นทำให้พนักงานสามารถวางแผนการทำงานไปพร้อมกับการดูแลบุตรได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยให้พนักงานเหล่านี้ไม่เสียโอกาสเติบโตในหน้าที่การงาน ในขณะที่ยังสามารถมีความสุขในการสร้างครอบครัว และเลี้ยงดูบุตรได้

 

โปรแกรมการทำงานแบบยืดหยุ่นนี้ไม่จำกัดอยู่แค่ที่สำนักงาน โดยสามารถนำไปใช้กับพนักงานสายการผลิตได้ แม้ว่าจะยุ่งยากและท้าทายมากกว่า แต่ก็เป็นพันธกิจที่สำคัญขององค์กร แม้ว่าพนักงานจะต้องปฏิบัติงานที่โรงงานจากลักษณะเฉพาะของงานที่ทำ แต่ 3เอ็ม ก็ให้ทางเลือกที่ยืดหยุ่นกับพนักงานในสายการผลิตด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเวลาเริ่มงาน และเลิกงาน หรือการสับเปลี่ยนเวลางาน

 

ที่ 3เอ็ม เราได้เห็นผลลัพธ์เป็นที่ประจักษ์จากการใช้โมเดลการทำงานแบบใหม่ หรือ “Work Your Wayโดยกว่า 90% ของพนักงานของเราทั่วโลกนั้นระบุว่า ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือเป็นอย่างดีจากการสำรวจล่าสุดที่จัดทำขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถสรรหาและรักษาพนักงานที่มีศักยภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการสำรวจยังพบอีกว่า เราควรหาวิธีที่จะส่งเสริมให้พนักงานทำงานในรูปแบบที่ถนัดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แทนที่จะมุ่งเน้นแต่การให้พนักงานกลับเข้ามาทำงานในออฟฟิศอย่างที่เห็นโดยทั่วไป ซึ่งจะนำพาความสำเร็จมาสู่องค์กร

 

เกี่ยวกับ 3เอ็ม

ที่ 3เอ็ม เราเชื่อว่าวิทยาศาสตร์สามารถสร้างสรรค์โลกที่สดใสสำหรับทุกคนได้ ด้วยการปลดล็อกพลังแห่งผู้คน ความคิดสร้างสรรค์ และวิทยาศาสตร์ เพื่อนำไปสู่นิยามใหม่ของคำว่าเป็นไปได้ ทีมงานของเราทั่วโลกจึงมุ่งมั่นจัดการกับทุกโอกาสและทุกคำเรียกร้อง ทั้งจากลูกค้า สังคม และโลกอย่างเต็มกำลัง เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและแผนงานในอนาคตของ 3เอ็ม ได้ที่ www.3M.com หรือบน Twitter @3M หรือ @3MNews

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here