สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมฯ วาระปี 2563-2565 มุ่งยกระดับ SMEs และภาคอุตสาหกรรมไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Service Organization ก้าวข้ามยุคโควิด-19 - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2563

สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมฯ วาระปี 2563-2565 มุ่งยกระดับ SMEs และภาคอุตสาหกรรมไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Service Organization ก้าวข้ามยุคโควิด-19

 

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดการประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมฯ วาระปี 2563-2565 เป็นครั้งแรก โดยมีคณะกรรมการฯ จำนวนทั้งสิ้น 357 คน โดยวาระสำคัญในการประชุมครั้งนี้เป็นการเสนอชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย วาระปี 2563-2565 โดยที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์เลือกนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยติดต่อกันอีก 1 วาระ หลังจากที่ดำรงตำแหน่งในวาระปี 2561-2563 และ 2557-2559 

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย วาระปี 2563-2565 กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากคณะกรรมการ ส.อ.ท. ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยอีก 1 วาระ โดยในวาระนี้จะมุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Service Organization” เพื่อประสานความร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนในการช่วยเหลือผู้ประกอบการและสมาชิกให้สามารถดำเนินธุรกิจผ่านวิกฤติโควิด-19 นี้ไปให้ได้ โดยแบ่งออกเป็น 6 ด้านหลัก ดังนี้

1. F.T.I. Academy จัดตั้งสถาบันฝึกอบรมเพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรภาคอุตสาหกรรม พร้อมทั้งร่วมพัฒนาหลักสูตร Upskill & Reskill กับกลุ่มอุตสาหกรรม และร่วมพัฒนาหลักสูตร New Skill กับภาคการศึกษา

2. Marketing จัดตั้งศูนย์รับรองสินค้าไทย (Made in Thailand) เพื่อส่งเสริมสินค้าไทยสู่การจัดซื้อ  จัดจ้างภาครัฐ และเสนอให้ ส.อ.ท. เป็นหน่วยงานรับรองผู้ผลิตสินค้า “Made in Thailand” พร้อมพัฒนางานด้านอีคอมเมิร์ซ, เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจและซัพพลายเชน, การจับคู่ธุรกิจ, การจัดนิทรรศการ และสมาชิกสัมพันธ์ (One Stop Service) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ

3. Innovation ร่วมกับภาครัฐจัดตั้งกองทุนนวัตกรรม (Innovation Fund) เพื่อเป็นศูนย์ส่งเสริมนวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรมด้านต่างๆ เช่น ด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เป็นต้น

4. Efficiency พัฒนาประสิทธิภาพในด้านการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มด้วย Precision Farming       โลจิสติกส์ พลังงาน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร Big Data การบริการด้านกฎหมายและการ        ขออนุญาต และการพัฒนาระบบประเมินศักยภาพ-ข้อมูลเชิงลึกของผู้ประกอบการ SME

5. Environment ให้ความสำคัญกับการผลิต การบริโภคสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อน BCG Model, Eco Product, Eco Factory และส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมให้ดำเนินการตามหลัก SDGs

6. Finance ให้คำปรึกษาด้านการเงินและภาษีกับผู้ประกอบการและสมาชิก การขอกู้เงินและการจัดทำบัญชี การนำเข้าและส่งออก เป็นต้น


ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here