ค้นหา มิตรภาพ ความรัก และแรงบันดาลใจในงานศิลป์ ไปพร้อมกับ นิโคลัส ฮอลท์ ในภาพชุดแรกจาก Tolkien - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2562

ค้นหา มิตรภาพ ความรัก และแรงบันดาลใจในงานศิลป์ ไปพร้อมกับ นิโคลัส ฮอลท์ ในภาพชุดแรกจาก Tolkien

เช่นเดียวกับ บิลโบ และ โฟรโด แบ็กกิ้นส์ ฮีโร่ฮ้อบบิทส์ของเขา เจ.อาร์.อาร์. โทลคีน เองก็มีชีวิตต่อไปได้ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อน ๆ ของเขาด้วยเหมือนกัน มิตรภาพอันท่วมท้นคือพลังหลักในการขับเคลื่อนชิ้นงาน The Hobbit และ The Lord of the Rings ของนักเขียนชาวอังกฤษคนนี้ และตอนนี้มิตรภาพมันก็ได้กลายมาเป็นธีมหลักในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์อัตชีวประวัติ Tolkien ที่ทุกคนกำลังจะได้ชมกันเร็ว ๆ นี้แล้ว
โดเม คารูโคสกี้ กำกับการแสดง โดยมีพระเอกหน้าหล่อ นิโคลัส ฮอลท์ มาสวมบทเป็น เจ.อาร์.อาร์. โทลคีน ในวัยหนุ่ม ผ่านเรื่องราวความรักและสงคราม ที่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ตำนานงานเขียน มิดเดิ้ลเอิร์ธ ที่คนแทบทุกยุคทุกสมัยต่างหลงใหล และเพลิดเพลินไปกับมัน
นอกจากต้นกำเนิดงานเขียนแฟนตาซีของเขาแล้ว ภาพยนตร์เรื่อง Tolkien “ยังจะพาไปสำรวจช่วงชีวิตในวัยหนุ่ม ในฐานะศิลปินคนหนึ่งที่ต้องมาอยู่ในจุดที่ต้องเผชิญหน้ากับมโนภาพในจินตนาการของเขาเอง” คารูโคสกี้ เผย “มันจะมีความหวาดกลัวแฝงอยู่ในนั้นเสมอว่าจินตนาการของคุณมันจะเริ่มกลับมาเล่นงานคุณยังไง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจิตใจของยอดอัจฉริยะอย่าง โทลคีน”
นักแสดงหน้าใหม่ แฮร์รี่ กิลบี้ จะมารับบทเป็น โทลคีน สมัยวัยรุ่นตอนเป็นเด็กกำพร้า เขาต้องสูญเสียพ่อไปตั้งแต่อายุ 3 ขวบ แล้วก็ต้องมาเสียแม่ไปอีกคนในวัยเพียง 12 ปี จากนั้น ฮอลท์ ก็จะก้าวเข้ามารับไม้ต่อเป็น โทลคีน ในช่วงอายุ 20 ปลาย ๆ ที่เริ่มสร้างสรรค์งานเขียนอันโด่งดังขึ้นมา “เวลาที่คุณได้ดูสัมภาษณ์ของเขาในช่วงบั้นปลายชีวิต คุณจะเห็นว่าเขามีอารมณ์ขันแล้วก็การเหน็บแนมแบบแห้ง ๆ ของชาวอังกฤษ แล้วก็เห็นได้ชัดเลยว่าเขายังมีการแสดงความรักอย่างลึกซึ้งมาก ๆ เลยด้วย” ฮอลท์ กล่าว
อีกหนึ่งหัวใจหลักสำคัญของภาพยนตร์เรื่อง Tolkien ก็คือความรักอันเป็นนิรันดร์ระหว่าง โทลคีน กับ อีดิธ แบรตต์ (รับบทโดย ลิลลี่ คอลลินส์) ผู้หญิงที่เขาได้พบตั้งแต่อายุ 16 ปี แต่ทั้งคู่ก็ต้องแยกจากกันเพราะผู้ปกครองของเขา คุณพ่อ ฟรานซิส มอร์แกน (รับบทโดย คอล์ม มีนนีย์) ต้องการให้โฟกัสเรื่องเรียนจนกว่าจะอายุ 21 ปี   
“เธอยังคงซื่อสัตย์ต่อเขามาก ๆ แล้วก็คอยดูแลเขาตลอดช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในชีวิตของเขา” ฮอลท์ พูดถึง อีดิธ “และเธอก็ยังคอยผลักดันเขาให้สร้างสรรค์ในสิ่งที่เขาเคยสร้างสรรค์เอาไว้ แล้วก็ยังมอบองค์กรที่เหมาะจะทำสิ่งนั้นให้กับเขาด้วย”
ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังโฟกัสไปที่เรื่องราวของ โทลคีน ในฐานะเด็กนักเรียนคนหนึ่งที่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องของภาษา และในฐานะคนนอกที่คอยเสาะแสวงหาวิธีเพื่อให้ได้เป็นส่วนหนึ่ง แล้วเขาก็ได้พบมันพร้อมกับเหล่าเพื่อนสนิทที่โรงเรียนทั้ง คริสโตเฟอร์ ไวส์แมน (รับบทโดย ทอม กลินน์-คาร์นีย์), เจฟฟรีย์ เบค สมิธ (รับบทโดย แอนโทนี่ บอยล์) และ โรเบิร์ต ควิลเตอร์ กิลสัน (รับบทโดย แพทริค กิ๊บสัน) “พวกเขาต่างกำลังค้นหาหนทางของพวกเขาในโลกใบนี้” ฮอลท์ กล่าว แก๊งค์เพื่อนสนิทกลุ่มนี้เรียกตัวเองว่า Tea Club and Barrovian Society “พวกเขามอบความเชื่อมั่นในตัวเองให้กับ โทลคีน เพื่อให้เขาได้ไล่ตามความฝัน” แล้วก็ยังตามเขาเข้าไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วย
ภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาเขาไปเผชิญหน้ากับเรื่องราวที่น่าหวาดหวั่นมากมาย อาทิ ยุทธการที่แม่น้ำซอม แล้วก็จะแสดงให้เห็นด้วยว่าเขาถูกส่งกลับไปที่อังกฤษยังไงหลังจากไข้เทรนช์ระบาด หลังจากนั้นเขาก็เริ่มคิดฝันถึงองค์ประกอบต่าง ๆ ในเทพนิยายของเขา ฮอลท์ บอกว่า “มันมีจินตนาการที่ดาร์กยิ่งกว่าที่เขายังไม่ค่อยได้ทำความเข้าใจกับมันเท่าไหร่นักอยู่ด้วย”
ฮอลท์ กลายมาเป็นแฟนตัวยงของ โทลคีน ตอนที่ คริส และ พอล ไวท์ซ ให้หนังสือ The Hobbit เขามาตอนถ่ายทำ About a Boy เมื่อปี 2002 และตอนนี้หลังจากที่ได้มารับบทเป็น โทลคีน ฮอลท์ ก็พบว่ามันเป็นอะไรที่ “พิเศษมากที่จะได้เห็นว่าองค์กรต่าง ๆ มันมีที่มายังไง ได้เห็นความลำบากต่าง ๆ ที่เขาต้องเผชิญ รวมถึงวิธีการที่เขาเปลี่ยนเรื่องพวกนั้นให้มันเป็นอะไรที่น่าทึ่ง ซึ่งนั่นมันมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของใครอีกหลาย ๆ คนเลย”       
ผู้กำกับ คารูโคสกี้ เองก็เป็นแฟนตัวยงของ โทลคีน มานาน และตอนนี้เขาก็กำลังอ่านหนังสือ The Hobbit ให้ โอลิเวอร์ ลูกชายวัย 4 ขวบครึ่งของเขาฟังอยู่ด้วย คารูโคสกี้ บอกว่าภาพยนตร์เรื่อง Tolkien มันเป็นโปรเจ็คสำคัญที่เขาจะได้ถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ลงไป “เพราะมันไม่ใช่การเล่าแค่เรื่องราวเรื่องเดียวในชีวิตของเขาที่น่าจะเป็นส่วนสร้างเขาขึ้นมาเท่านั้น นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงต้องเล่าเรื่องราวของ อีดิธ และผมก็ยังต้องเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมิตรภาพที่เขาพบเจอ รวมถึงประสบการณ์ส่วนตัวของเขาใน มอร์ดอร์ ลงไปด้วย”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here