ซีพีเอฟ ปันน้ำปุ๋ยเคียงข้างชุมชนสู้ภัยแล้ง เดินหน้าติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในฟาร์มสุกร - Today Updatenews

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2563

ซีพีเอฟ ปันน้ำปุ๋ยเคียงข้างชุมชนสู้ภัยแล้ง เดินหน้าติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในฟาร์มสุกร

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรรอบฟาร์มและโรงงาน ร่วมบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้ง สานต่อ ”โครงการปันน้ำปุ๋ยให้ชุมชน" อย่างต่อเนื่อง ช่วยลดต้นทุนค่าน้ำและค่าปุ๋ย เพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร พร้อมเดินหน้าโครงการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน
  

นายสมพร เจิมพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งปีนี้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเกษตรกร ทำให้ขาดแคลนน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภค ซึ่งซีพีเอฟมีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรรอบฟาร์มและโรงงานของบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการดำเนินโครงการ “ปันน้ำปุ๋ยให้ชุมชน” ที่ทำมาตั้งแต่ปี  2547  โดยปันน้ำที่ผ่านการบำบัดจากระบบผลิตก๊าซชีวภาพซึ่งได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดให้กับชุมชนภายนอกเพื่อใช้ในการเพาะปลูก ปัจจุบันให้ความช่วยเหลือเกษตรกรจากทุกภาคทั่วประเทศรวม 180  ราย ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 3,170  ไร่ โดยเกษตรกรสามารถนำน้ำปุ๋ยไปใช้ในไร่อ้อย ไร่ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยูคาลิปตัส  สวนผลไม้ และแปลงผักสวนครัว  ฯลฯ   ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากภาวะฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งได้
 
 

โครงการ“ปันน้ำปุ๋ยให้ชุมชน” ช่วยเกษตรกรบริหารจัดการผลผลิตและรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เนื่องจากน้ำปุ๋ยซึ่งมีธาตุอาหารที่เหมาะสมต่อการเติบโตของพืช  ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพที่ดีและมีผลผลิตเพิ่มขึ้น และยังช่วยประหยัดต้นทุนค่าน้ำ ลดต้นทุนค่าปุ๋ยได้ถึง 40-50 %   โดยในปี 2561  ซีพีเอฟปันน้ำปุ๋ยช่วยเหลือเกษตรกรไปรวม  380,000 ลูกบาศก์เมตร และในปี 2562 ปันน้ำปุ๋ยให้เกษตรกรรวม   465,000 ลูกบาศก์เมตร  นอกจากนี้ เน้นให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด  ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) 
   
         

ทั้งนี้ โครงการปันน้ำปุ๋ยให้ชุมชนยังเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน  ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) ข้อ 12  ในประเด็นการมีแบบแผนการผลิตและการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ  (Responsible Consumption and Production)คือ  การใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 
        

นอกจากนี้ ซีพีเอฟให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานทดแทน เพื่อร่วมบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรรมการผลิตตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง  ซึ่งในปี  2563 นี้  บริษัทฯเดินหน้าโครงการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน  (โซล่าร์ฟาร์ม)  โดยขณะนี้ฟาร์มสุกรของซีพีเอฟอยู่ระหว่างการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนพื้นดินนำร่องใน 16 ฟาร์ม   ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 3.3 เมกะวัตต์  และมีแผนขยายการดำเนินการติดตั้งไปยังฟาร์มสุกรส่วนที่เหลือของซีพีเอฟต่อไป สอดรับกับนโยบายการดำเนินธุรกิจและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน  ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนของบริษัทอยู่ที่ 26 %   
 

คุณตาทา เมืองคำ วัย 71 ปี และคุณยายหนูเสี่ยน เมืองคำ วัย 67 ปี เกษตรกรชาวขอนแก่น และลูกสาว คือ พี่แตน วัย 51 ปี  เป็นครอบครัวเกษตรกรที่มีอาชีพทำไร่อ้อยมาตั้งแต่ปี 2538 คุณตาทา เล่าว่า ที่ผ่านมาพึ่งน้ำฝนเพื่อใช้ในการเพาะปลูกมาโดยตลอด ช่วงหน้าแล้งจึงมีปัญหาขาดแคลนน้ำ  แต่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ได้รับความช่วยเหลือจากฟาร์มสุกรขอนแก่นของซีพีเอฟที่ปันน้ำปุ๋ยมาให้ใช้กับไร่อ้อยที่ปลูกไว้  150 ไร่ ทำให้ต้นอ้อยที่ได้รับน้ำปุ๋ยขึ้นเขียวดี โตสูง ลำต้นโต ขายได้ราคา เพราะน้ำปุ๋ยมีธาตุอาหารที่เหมาะกับพืช  หลังได้น้ำปุ๋ยจากฟาร์ม ไม่ต้องเสียเงินซื้อปุ๋ยเคมีแล้ว จากเดิมที่ต้องเสียเงินค่าปุ๋ยปีละ 100 กระสอบ ราคากระสอบละ 800 บาท  ช่วยประหยัดต้นทุนค่าปุ๋ยได้ถึง 80,000 บาทต่อปี  ซึ่งเงินในส่วนนี้สามารถนำมาเช่าที่เพื่อปลูกอ้อยเพี่มขึ้น
   


ด้าน นายธนาศักดิ์ โกศรีรุ่งโรจน์  วัย  50 ปี  เกษตรกรในพื้นที่ ต.ตูมใหญ่ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์  ซึ่งเช่าที่เพื่อปลูกหญ้าเนเปียร์ 100 ไร่ ใกล้ฟาร์มสุกรบุรีรัมย์ของซีพีเอฟ เป็นเกษตรกรอีกรายหนึ่งที่รับน้ำปุ๋ยซึ่งผ่านการบำบัดจากระบบผลิตก๊าซชีวภาพ กล่าวว่า หลังรับปันน้ำจากฟาร์มสุกรมาใช้ ทำให้ผลผลิตหญ้าเนเปียร์เพิ่มขึ้นเท่าตัวจาก 5 ตันต่อไร่  เพิ่มเป็น 10 ตันต่อไร่  และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายค่าปุ๋ยได้ถึง 50 %  เนื่องจากก่อนการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดจากฟาร์มสุกรมาใช้  ต้องใช้ปุ๋ยเคมี  50 กิโลกรัมต่อพื้นที่ปลูกหญ้าเนเปียร์ 1 ไร่  แต่หลังจากรับปันน้ำปุ๋ยมาใช้ ช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้ถึงครึ่งหนึ่ง  ./ 

1 ความคิดเห็น:

  1. ข้อความยืนยันว่าฉันจะรับเงินกู้จาก บริษัท เงินกู้ของแท้ได้อย่างไร

    นี่คือการเปลี่ยนแปลงของชีวิต! ฉันชื่อขุนบุษราคัม ฉันมาจากประเทศไทย.
    ฉันเคยตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงไปยังผู้ให้กู้ปลอมทางออนไลน์มากมายฉันขอขอบคุณผู้สร้างของฉันมากจนในที่สุดเขาก็ยิ้มให้ฉันโดยสั่งให้ฉันไปที่ผู้ให้กู้รายใหม่นี้ที่วางรอยยิ้มบนใบหน้าของฉันในปีนี้และเขาก็ไม่หลอกลวงฉัน โดยไม่หลอกลวงหรือโกหกฉัน แต่อย่างไรก็ตามผู้ให้กู้ซึ่งมีชื่อนายสตีฟวิลสันให้เงินกู้ยืม 2% ซึ่งเป็นจำนวนเงิน $ 550,000 ดอลลาร์สหรัฐสหรัฐหลังจากข้อตกลงของฉันกับข้อตกลงและเงื่อนไขของ บริษัท และสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ฉันชอบเกี่ยวกับ บริษัท สินเชื่อนี้คือ พวกมันเร็วมาก
    คุณสามารถติดต่อผู้ให้กู้สินเชื่อผ่าน
    EMAIL: stevewilsonloanfirm@gmail.com หรือ whatsapp: +16673078785

    ตอบกลับลบ

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here